• หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • สเปค/ราคารถ
  • ค้นหาร้านค้า
  • กระดานซื้อขาย
  • งานรถ/ทัวร์ร้าน
  • ข่าว / รีวิวรถ
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา

รีวิวรถยนต์ | รีวิวรถกระบะ-รถพีพีวี | รีวิวจักรยานยนต์ | ข่าวรถแทรกเตอร์

โปรโมชั่น รถยนต์ | โปรโมชั่น รถจักรยานยนต์ | โปรโมชั่น รถแทรกเตอร์

เปิดแผนฝ่าวิกฤต โตโยต้า 2020 ตลาดหด
เศรษฐกิจซบ รับมืออย่างไร

 



ขอบคุณข้อมูล MGR Online (4 ก.พ. 2020) [859 Views]

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2562 เป็นที่ทราบกันดีจากรายงานข่าวที่ระบุอัตราการเติบโตถดถอย 3.3% คือ ลดลงจากยอดขายรวม 1,041,739 คัน มาอยู่ที่ 1,007,552 คัน นับเป็นสัญญาณลบที่เริ่มก่อตัวในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 8 เดือนยอดขายรถยนต์เติบโตเป็นบวกมาโดยตลอด เฉพาะในเดือนธันวาคมยอดขายลดลงหนักถึง 21.4% ทั้งที่ปกติทุกปีจะเป็นเดือนที่ขายดีที่สุดของปีด้วย

แม้ว่าบรรยากาศการขายที่อยู่ในโทนติดลบเช่นนี้ แต่ “โตโยต้า” พี่ใหญ่ของตลาดรถยนต์เมืองไทยกลับสามารถยืนหยัดสร้าง ยอดขายที่เติบโตบรรลุตามเป้าหมายการขายที่วางเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง มาดูกันว่า โตโยต้า ทำได้อย่างไร พร้อมกับทิศทาง และเป้าหมายต่างๆ ในปีนี้

ตลาดซบ โตโยต้าบวกสวน

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของปีนี้ ปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไทยหดตัวลงมีอยู่ด้วยกัน 2 ประการหลัก หนึ่งมาจากการ เศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากปัญหารอบด้านทั้งในประเทศและต่างประเทศที่กดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ลดต่ำลง ส่วนปัจจัยที่สอง เป็นเรื่องของการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ ส่งผลกระทบให้รถยนต์ของหลายค่ายยอดขาย วูบไปตามพอร์ตสินเชื่อ

หันกลับมามองที่โตโยต้า ปิดการขายทั้งปีด้วยยอดขาย 332,380 คันเติบโต 5.5% ทะลุเป้าหมายการขายที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี2562 ที่330,000 คันแล้วโตโยต้าทำได้อย่างไรถึงยังคงรักษายอดขายเอาไว้ได้

“ ทำไมเขาถึงตกแต่โตโยต้าไม่ตก จริงๆแล้วเราทำหลายอย่าง ศึกษาว่าลูกค้าต้องการอะไร เราหาสินค้าและบริการ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ประกอบความรู้ที่เราได้หน้างานแล้วเราเอามาพัฒนา เราปรับปรุงปัญหาของเราจนกระทั่งเราเชื่อมั่นว่าเรา ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ หรือแคมเปญในการให้บริการลูกค้า” คำตอบของ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย ในการตอบคำถามสื่อมวลชนว่า โตโยต้าทำอย่างไรถึงยังคงรักษายอดขายและเติบโตสวนตลาดได้

ส่วนการวิเคราะห์แบบลงลึกจากการเก็บข้อมูลของผู้เขียน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โตโยต้ายังคงรักษายอดขายเอาไว้ได้ เริ่มต้นที่ปัจจัยแรก โตโยต้า มี โตโยต้าลิสซิ่ง หรือเรียกแบบเข้าใจง่ายๆ คือ สถาบันการเงินของตัวเอง ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่จะมาเป็นลูกค้าโตโยต้า

โดยโตโยต้า ลีสซิ่งจะปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ของโตโยต้าเป็นหลัก ทำให้การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไข ทางการเงิน ต่างๆ ทำได้อย่างคล่องตัวกว่าการใช้บริการสถานบันการเงินอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าสามารถผ่อนรถ เป็นรายไตรมาส หรือรายหกเดือน สามารถทำได้หากเลือกใช้บริการโตโยต้าลิสซิ่ง

ประการต่อมา การมีโตโยต้า ชัวร์ หรือแผนกรถมือสอง ซึ่งมีส่วนสำคัญช่วยให้การเปลี่ยนรถใหม่ของคน ที่มีรถอยู่แล้วเป็น เรื่องง่ายขึ้น เพียงขับคันเดิมมาที่ศูนย์ของโตโยต้าจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลพร้อมประเมินราคา รับซื้อรถของลูกค้าได้ทันที สร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้า ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถใหม่โดยไม่กังวล

ปัจจัยที่สาม กระตุ้นผลิตภัณฑ์ให้ดูสดใหม่ แม้ปีนี้โตโยต้าจะมีรถใหม่ชูโรงเพียง โคโรลล่า อัลติส ที่พอจะสร้างยอดขาย ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่คงไม่มากเหมือนในอดีต สิ่งสำคัญคือ การปรับหน้าตาใหม่ของปิกอัพอย่าง ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ดูหล่อขึ้น ทำให้ยอดขายปิกอัพเติบโตแบบมั่นคง รวมถึงการปรับและเสริมรุ่นพิเศษใหม่ให้กับโมเดลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาริส , เอทีฟ , ซีเอช-อาร์และฟอร์จูเนอร์ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความเคลื่อนไหว

ปัจจัยที่สี่ แคมเปญถึงใจลูกค้า การอัดแคมเปญผ่านตัวแทนจำหน่าย ที่ไม่ใช่การประกาศลดราคา แต่เป็นการดึงเอาส่วนต่าง กำไรกลับคืนไปให้แก่ลูกค้าโดยตรง สร้างความรู้สึกให้เหมือนคุณเป็นคนพิเศษ ทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลายมา เป็นลูกค้าที่แท้จริงได้

ปัจจัยที่ห้า บริการหลังการขายที่เข้าถึงตัว ลูกค้าที่ออกรถไปแล้วทุกคนจะถูกติดตามผ่านพนักงานบริการหลังการขายส่วนกลาง ดังนั้นปัญหาเรื่องของเซลล์ขายแล้วทิ้งเลยจะได้รับการเยียวยาแก้ไข รวมถึง กรณีที่ตัวรถเกิดปัญหาขึ้น โตโยต้าจะสามารถ เข้าไปถึงตัวลูกค้าได้ทันท่วงทีก่อนที่จะลุกลามบานปลาย

ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาและทำให้โตโยต้า สามารถรักษายอดขายเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ส่วนปีนี้ โตโยต้า หัวเรือใหญ่ยังคงเป็น มิจิโนบุ ซึงาตะ ดังนั้นแนวทางดังกล่าวจะยังคงได้รับการสานต่อไป เพื่อรักษายอดขายให้เป็นไปตาม เป้าหมายที่วางไว้ได้

ย้ำชัด รถใหม่และรถไฟฟ้ามาแน่

โตโยต้า ประกาศชัดเจนว่าปีนี้จะมีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัวทำตลาดในไทยอย่างแน่นอนและเหมือนเช่นทุกครั้งคือ ยังไม่สามารถ เปิดเผยข้อมูลได้ ส่วนแผนการลงทุนใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าประเภท PHEV และ BEV ที่เพิ่งจะได้รับการอนุมัติจาก BOI นั้นจะทำ ตลาดอย่างแน่นอนภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดและความต้องการ ของผู้บริโภค

ทั้งนี้ หนึ่งในโมเดลที่ได้รับการคาดหมายว่ามีโอกาสขายในไทยค่อนข้างสูง คือ พรีอุส เนื่องจากเป็นโมเดลที่เคยทำตลาด และคนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว ประกอบกับโตโยต้าเองมีโรงงานที่พร้อมขึ้นไลน์ผลิตรุ่นดังกล่าว โดยในต่างประเทศนั้นมีทั้งรุ่นที่เป็น ไฮบริด และรุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

บาทแข็งกระทบส่งออก

ปัจจัยลบสำคัญในห้วงเวลานี้คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสูงมาก ทำให้สัดส่วนของกำไรลดลง ซึ่งผู้บริหารของโตโยต้า เองยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่มั่นใจว่าจะสามารถผ่านไปได้ เพราะในช่วงปี 2540 ที่เกิดวิกฤตค่าเงินบาท ที่เป็นปัญหาใหญ่กว่านี้ โตโยต้ายังสามารถผ่านมาได้ ดังนั้นจึงไม่น่ากังวล แต่ประการใด สำหรับ ตลาดส่งออกที่สำคัญ คือโอเชียเนีย (กลุ่มประเทศในทวีปออสเตรเลีย), อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ส่วนตลาดตะวันออกกลาง ยังคงได้รับผลกระทบ จากสงครามที่ยังไม่ยุติ ทั้งนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของโตโยต้า ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล ว่าโตโยต้าจะย้ายฐานการผลิตหนีไปที่อื่น

ฟันธงปีนี้ตลาดลงต่อเนื่อง

สำหรับการคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2563 ยอดขายรวม 940,000 คัน ลดลง 6.7% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 358,500 คัน ลดลง 10% และรถเพื่อการพาณิชย์ 581,500 คัน ลดลง 4.5% ส่วนเฉพาะของโตโยต้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 310,000 คัน ลดลง 6.7%แบ่งแบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 103,000 คัน ลดลง 12.5% และรถเพื่อการพานิชย์ 207,000 คัน ลดลง 3.6% ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.0% เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา

ด้านการส่งออกในปี 2562 โตโยต้าส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 264,775 คันลดลง 10 % ทั้งนี้ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศ และการส่งออก มีจำนวนทั้งสิ้น 570,850 คัน ลดลง 3% สืบเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในหลายภูมิภาค แต่สำหรับปีนี้โตโยต้าคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออก จะอยู่ที่ 263,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 % อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศคู่ค้ายังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้แผนการผลิตสำหรับ การขายภายในประเทศและการส่งออกจะอยู่ที่ 556,000 คัน ลดลง 3 %

“ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปในรอบศตวรรษโดยโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรจากเดิมที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” (Mobility Company) ซึ่งหมายความว่าเราจะมุ่งเดินหน้าพัฒนาการบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในสังคมได้อย่างประสิทธิภาพ” มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวตบท้าย


ความคิดเห็นผ่าน Facebook



ข่าวน่าสนใจ Hot News
Toyota Corolla CROSS เริ่ม 959,000บาท
นิสสัน เปิดตัว Nissan Ariya อีวีรุ่นใหม่ ทำตลาดปี2564
เอ.พี.ฮอนด้า เปิดตัว Forza350
“แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” เขย่าตลาดออโตเมติก

พลิกธุรกิจเกษตรไทย ด้วยเทคโนโลยี IOT

เปิดตัว! จอบหมุน ฟาร์มเทค พรีเดเตอร์ แกร่ง แรง เร็ว
* ข่าวรถแทรกเตอร์ *













รถยนต์-รถกระบะ CAR รถจักรยานยนต์ MOTORCYCLES รถแทรกเตอร์ FARM TRACTOR เครื่องยนต์ GENERAL PURPOSE ENGINE
รถอเนกประสงค์ / PPV รถบิ๊กไบค์ฮอนด้า / Honda Big Bike คูโบต้า KUBOTA เครื่องยนต์เบนซิน 3-4แรง / 5-7แรง / 8-15แรง
รถยนต์อีโคคาร์ รถจักรยานยนต์ เอที / Automatic ยันม่าร์ YANMAR / โซลิส SOLIS เครื่องยนต์ดีเซล 5-9แรง / 10-12แรง
รถกระบะ 2ประตู รถจักรยานยนต์ ครอบครัว / Family นิว ฮอลแลนด์ NEW HOLLAND เครื่องยนต์ดีเซล 14-16แรง
รถกระบะ แค็บ รถจักรยานยนต์ ออฟโรด / Off-Road จอห์น เดียร์ JOHN DEERE รถเกี่ยวข้าว RICE COMBINE HARVESTER
รถกระบะ 4ประตู รถจักรยานยนต์ สปอร์ต / Sport แมสซี่ เฟอร์กูซัน MASSEY FERGUSON KUBOTA-YANMAR-CLAAS-ISEKI
คลาส CLAAS / อิเซกิ ISEKI / แชมป์ CHAMP รถเกี่ยวข้าวไทย THAI RICE HARVESTER
ไคโอติ KIOTI / มิตซูบิชิ MITSUBISHI เกษตรพัฒนา-ศักดิ์พัฒนา
Follow us     ติดต่อโฆษณา Advertising ติดต่อทั่วไป Contact us
 
Copyright © 2000 - 2020  108 Engine Dot Com All Rights Reserved © สงวนลิขสิทธิ์