• หน้าแรก
  • รุ่นรถยนต์
  • รุ่นรถอีวี
  • รุ่นรถมอเตอร์ไซด์-ไฟฟ้า
  • รุ่นรถแทรกเตอร์
  • รถเกี่ยวข้าว / Smart Farm
  • เครื่องยนต์อเนกประสงค์
  • ค้นหาผู้จำหน่าย / Motor Show
  • ข่าวรถยนต์ / รีวิวรถยนต์
  • ติดต่อโฆษณา

ข่าวแทรกเตอร์-เกษตรอัจฉริยะ Farm Tractor-Smart Farm News

"วัชรา ลี้โกมลชัย" ซีอีโอหญิง CLP
เปิดบทใหม่ของเกษตรไทย 2569




ขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจ (8 มกราคม 2026)

“ปี 2569 จะเป็นปีแห่งโอกาสสำหรับผู้ที่มองเห็น และเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างเกษตรกรรมไทย” เมื่อโลกเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ภาคเกษตรกรรมไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้พูดคุยกับ “วัชรา ลี้โกมลชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CLP GROUP ที่มีประสบการณ์รับไม้ต่อธุรกิจครอบครัวมากกว่า 50 ปี จากองค์กรผู้พัฒนาเครื่องจักรและเทคโนโลยีการเกษตร สู่การเป็นกลไกสําคัญในการออกแบบระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกษตรไทยเต็มตัวแบบครบวงจร

วัชราบอกเล่าว่า โจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทยในปีใหม่ คือ “ความยั่งยืน” เธออธิบายว่า ทั้งภาคเกษตรและตัว CLP เองต้องสร้างความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่ขายของตามเทรนด์หรือเป็นรอบ ๆ ไป แล้วต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ตลอด

“ในปี 69 ทุกภาคส่วนจะต้อง Rethink และ Transform ตัวเอง ทำกระบวนการใหม่เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ได้”

สำหรับ CLP ที่สร้างพื้นฐานจากโครงการภาครัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาและมีกลุ่มลูกค้ามากกว่า 500 กลุ่ม ปัญหาคือการรอ Funding ใหม่ที่ใช้เวลานาน ทำให้ความยั่งยืนหายไป

วัชราจึงหันมาพัฒนา Business Model ใหม่คือ Subscription Model ที่ลูกค้าสามารถเช่าเครื่องจักรไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องรอก้อนเงินหรือรอโครงการภาครัฐ ซึ่งมองว่าโมเดลนี้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ SMEs หรือคนรุ่นใหม่ที่อยากกลับไปทำธุรกิจด้านการเกษตร สามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า ต้นทุนในการลงทุนเครื่องจักรสำหรับภาคการเกษตรไม่ได้ถูก เพราะสำหรับเกษตรกร ความยั่งยืนคือการมีรายได้ที่คงที่และการสร้าง Value ให้กับผลผลิต

เธอยกตัวอย่างด้วย “ข้าว” แทนที่จะขายข้าวเปลือก ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ขายข้าวแห้งให้ได้ ยืนราคาให้ได้ แล้วเก็บให้ได้ เพื่อที่จะขายในช่วงเวลาที่คนอื่นไม่ขาย ถ้าสามารถเปลี่ยนลูปตรงนี้ได้ จะสามาถทำให้เกิดความยั่งยืนและรายได้มั่นคง

“ปัญหาส่วนใหญ่ในภาคเกษตรคือรายได้รายปี แต่เป้าหมายคือต้องเปลี่ยนมาเป็นรายได้รายไตรมาสหรือรายเดือนให้ได้”

โลกร้อน จากวิกฤตสู่โอกาส

วัชรามองว่าผลกระทบของโลกร้อนที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องฤดูกาล เนื่องจากการปลูกทุกอย่างพึ่งพาอากาศ พอฝนตกในช่วงที่ไม่ควรจะตก ถึงกำหนดเกี่ยวข้าวแล้วฝนตก ข้าวล้มทันที คุณภาพก็หายไปโดยทันที ซึ่งผลกระทบนี้ส่งผลทั้งต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทุกประเภท

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองที่มองว่าโลกร้อนเป็น “โอกาสมากกว่าความเสี่ยง” เธออธิบายว่า ถ้าไม่ได้มีปัญหาตรงนี้ ทุกวันนี้ทุกคนเหมือนเป็นความเคยชิน ที่รู้อยู่แล้วว่าฝนตกเมื่อไหร่ รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดังนั้นจะไม่ได้มีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศเป็นส่วนผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ เซ็นเซอร์ที่เข้าไปจับที่หน้าดินว่าอากาศจะเป็นยังไง ฝนใกล้จะมาหรือยัง หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบดินว่าขาดอะไร ทำให้เกิด Supply Chain ใหม่ ๆ ในภาคเกษตร

วัชรากล่าวต่อว่า โครงสร้างประชากร สังคม ทุกอย่างเปลี่ยนไป ถ้ายังทำเหมือนเดิม รายได้ก็ไม่พอ และยิ่งมีโลกร้อนเข้ามาเกี่ยวข้องอีก มันเลยทำให้เกษตรกรเองจะต้องกลับมาคิดใหม่เลยว่า การเป็นเกษตรกรจริง ๆ มันไม่ใช่ Part-time

โดยเน้นย้ำว่า การเกษตรคือ Full-time job หรือวิชาชีพ และเกษตรกรจะต้องเป็นมืออาชีพในเรื่องนี้จริง ๆ

“เกษตรกรต้องปรับตัวเองเข้าหาเทคโนโลยี เข้าหานวัตกรรม และเข้าหาการเรียนรู้เรื่องการวางแผนที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเตรียมดิน การดูสภาพอากาศ ไปจนถึงการสู้กับทุกปัจจัย ทั้งหมดนี้ต้องมีการวางแผน”




เมื่อถูกถามว่า เกษตรกรไทยควรเลิกหรือควรเริ่มทำอะไรเพื่อความยั่งยืนในอนาคต วัชราตอบชัดเจนว่า ควรเลิกขายผลผลิตสดที่ไม่ได้คัดเกรดหรือไม่ได้เพิ่มมูลค่า

เธออธิบายว่าคำว่า “เพิ่มมูลค่า” ในมุมของเธอคือการทำความสะอาด คัดเกรด คัดให้ได้ว่าอะไรคือเกรด A, B, C หรือตกเกรด

หากเกษตรกรคนไหนไม่ทำสิ่งนี้ ใน 5 ปีข้างหน้าจะไม่สามารถสู้คนอื่นได้ เพราะสินค้าที่ล้นตลาดคือสินค้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอะไร ส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถรับซื้อได้

เธอมองว่าใน 5 ปีข้างหน้า เกษตรกรควรโฟกัสไปที่ตลาด B2B มากยิ่งขึ้น พยายามหาไม่ใช่แค่โรงสี แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการสินค้าด้านการเกษตร อย่างอาหารหรือคอสเมติก ซึ่งอาจจะต้องมีการแปรรูปเพิ่มขึ้นอีก 2-3 สเต็ป แต่ถ้าสามารถร่วมกันได้ นี่คือความยั่งยืนของผู้ปลูก

CLP จาก Post-harvest สู่ AI

อย่างไรก็ตาม CLP มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมในกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว ตั้งแต่การอบ ที่ไม่ได้อบได้แค่ข้าว แต่ทำแห้งทั้งเมล็ดพืชทั้งหมด และกำลังขยายไปสู่โกโก้ การคัดเกรด การกะเทาะเปลือก ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้ง

ที่น่าสนใจคือการนำ AI เข้ามาช่วยตรวจจับและช่วยดูแลเครื่องจักรให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้เกษตรกรสามารถรู้คุณภาพผลผลิตและสร้างจุดขายของตัวเองได้ เช่น ข้าว เกษตรกรจะรู้ได้เลยว่าความชื้นเท่าไหร่ สิ่งเจือปนเท่าไหร่ และในปีหน้าจะมีตัววัดคุณภาพข้าวในด้านคุณสมบัติโภชนาการ สามารถรู้ได้เลยว่าข้าวแบตช์นี้มีโปรตีนเท่าไหร่ กลูโคสเท่าไหร่ อะมิโลสเท่าไหร่

“การรักษาสมดุลเป็นเรื่องสำคัญ การทำ B2C อย่างเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเศรษฐกิจตอนนี้ยาก เจ้าใหญ่เยอะ แต่ถ้าเราทำ B2B ให้เป็นฐาน แล้วเราสร้างความรับรู้ผ่าน B2C ได้ ถ้าเกษตรกรบาลานซ์ตรงนี้ได้ ก็จะเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน”

เผยมุมมองด้านความสำเร็จ

เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วและรุนแรงขึ้น วัชรามีมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความสำเร็จ เธอเชื่อว่าเมื่อต้องอยู่กับโลกที่หมุนไปตลอดเวลา การเอาตัวเลขมาเป็นตัวตั้งในทุกการตัดสินใจ มันอาจจะทำให้หมุนตามโลกไม่ทัน

“การที่เราตั้งเป้าทุกอย่างเป็นตัวเงินตั้งแต่แรกสำหรับผู้บริหาร กลายเป็นเหมือนขอบเขต เป็นข้อจำกัด”

สำหรับเธอ ความสำเร็จคือผลงาน การที่ได้เห็นผลงาน การเป็นที่ยอมรับในสังคม หรือการที่คนได้เห็นผลลัพธ์ของผลงาน สิ่งเหล่านี้สำคัญกว่า

มุมของ CLP คือการที่ได้เห็นเครื่องจักรของเราที่สามารถไปอยู่กับชุมชนได้ ไม่ว่าด้วยวิธีอะไรก็ตาม ได้เห็นชุมชนเติบโตจากสิ่งที่เราทำ ได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่เอาไปตั้งอยู่แล้วมีคนเริ่มใช้ และให้คนได้สัมผัสได้มากที่สุด

“ถ้าเรายังคิดถึงเรื่องกำไรมาเป็นที่หนึ่ง แล้วโลกเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ เราจะเปลี่ยนไม่ทัน เพราะฉะนั้นเราต้องมองอย่างแรกเลยว่า เราจะให้อะไรกับใคร และเราตั้งใจที่จะให้กับสังคมในสิ่งที่เปลี่ยนไปแบบนี้ พอเราให้สำเร็จแล้ว ตัวเงินหรือกำไรมันจะหมุนกลับตามมาเอง”

2569 วิกฤตคือโอกาส

ในโอกาสนี้ วัชรา ได้ฝากข้อความถึงสังคมไทยและภาคธุรกิจสำหรับปีใหม่ปี’69 ด้วยว่า ที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปีที่ท้าทายมาก ๆ หลังโควิด และปี’69 นี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายอยู่ ทั้งในเรื่องของสงคราม ค่าเงิน และความท้าทายต่างประเทศ

แต่เธอเชื่อเสมอว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกครั้งที่มีปัญหา จะมีคนที่สามารถเกิดใหม่ได้หากเข้าใจและสู้ไปกับปัญหา เธอคิดว่าปี’69 คงเป็นปีที่ยาก แต่น่าจะเป็นปีแห่งโอกาสที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน

วัชรายืนยันว่าปี 2569 คือ “ปีแห่งโอกาส” โดยอ้างถึงประสบการณ์ของ CLP ที่เติบโตในช่วงที่มีวิกฤตมาตลอด 50 ปี

หากไม่มีวิกฤตอาจไม่มีช่องสำหรับ SMEs ที่จะโตได้เร็ว แต่เมื่อมีวิกฤต คนที่มองเห็นโอกาสในวิกฤตคือผู้ชนะ







ข่าวน่าสนใจ Hot News
สยามคูโบต้า ตั้งเป้าปีนี้ 6.2หมื่นล้านปักไทยศูนย์กลางอาเซียน
วัชรา ลี้โกมลชัย ซีอีโอหญิง CLP เปิดบทใหม่ของเกษตรไทย 2569
โตโยต้าชูไทยฐานผลิตกระบะอีวี
ย้ำโลคอลคอนเทนต์สร้างเศรษฐกิจ
ฉางอานออโตฯ เดินเครื่องโรงงานระยอง ผลิต CHANGAN - DEEPAL - AVATR
ตลาดไม่ฟื้น ยามาฮ่าหวังขาย 2.47 แสนคัน เปิดตัว NMAX
ไทยฮอนด้า เปิด 2 โมเดล Honda PCX160 & Honda Giorno+




รถเกี่ยวนวดข้าว Global Brands


รถเกี่ยวนวดข้าวไทย Thai Harvester


ราคารถเกี่ยวนวดข้าว


รถแทรกเตอร์-แรงม้า/ยี่ห้อ


ราคารถแทรกเตอร์-แรงม้า/ยี่ห้อ







หมวดยานยนต์-แทรกเตอร์ โปรโมชั่น-ข่าวเด่น-รีวิว 108เอ็นจินดอทคอม
รถอีวี / รถยนต์ไฮบริด โปรโมชั่นรถยนต์ /รถแทรกเตอร์ /รถมอเตอร์ไซด์ หน้าแรก108engine.com
รถอีโคคาร์ ข่าวรถยนต์-รถอีวี ข้อตกลงการใช้งาน
รถกระบะ-รถอเนกประสงค์(พีพีวี) ข่าวรถแทรกเตอร์-สมาร์ทฟาร์ม นโยบายความเป็นส่วนตัว
รถแทรกเตอร์ ข่าวรถรถมอเตอร์ไซด์-ไฟฟ้า ติดต่อโฆษณา Advertise With Us
รถเกี่ยวนวดข้าว MOTOR SHOW / TRACTOR SHOW ติดต่อเรา Contact Us
รถมอเตอร์ไซด์ / มอไซด์ไฟฟ้า ทัวร์ร้านค้ายานยนต์ทั่วไทย  
รถบิ๊กไบค์ รีวิว รถยนต์-รถอีวี /รีวิว รถกระบะ-รถพีพีวี  
เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รีวิว รถมอเตอร์ไซด์-ไฟฟ้า  
Follow us
   
Copyright © 2000-2026  108Engine Dot Com All Rights Reserved