• หน้าแรก
  • รุ่นรถยนต์/อีวี
  • รุ่นจักรยานยนต์
  • รุ่นรถแทรกเตอร์
  • รถเกี่ยวข้าว/Smart Farm
  • เครื่องยนต์อเนกประสงค์
  • ค้นหาผู้จำหน่าย
  • กระดานซื้อขาย/MotorShow
  • ข่าวเด่นรถยนต์Œ/รีวิวรถยนต์
  • ติดต่อโฆษณา

รีวิวรถยนต์ ลำดับ : 171327

รอบรู้รถยนต์ | รอบรู้จักรยานยนต์ | รีวิวรถยนต์ | รีวิวรถกระบะ | รีวิวจักรยานยนต์

ข่าวรถยนต์-รถอีวี | ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | ข่าวรถแทรกเตอร์-เกษตรอัจฉริยะ


Mazda2 Skyactiv-D
“มาสด้า2 ดีเซล 1.5 เทอร์โบ”

 


งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมขาย ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา หลังเปิดราคาขายที่สูงเกินคาด 6.75 แสนบาท 7.35 แสนบาท และตัวท็อป 7.90 แสนบาท ในสามรุ่นย่อยของตัวถังแฮทช์แบ็กและซีดาน (จริงๆพนักงานขายมาสด้าให้ระดับราคาคร่าวๆตั้งแต่ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปแล้ว) จึงเกิดข้อสงสัยและ ความคิดท้าทายขึ้นมาในหัวผู้เขียนทันทีว่า ไอ้ที่เคยชมว่าดีและนี่จะเป็นอนาคตของมาสด้า ประเทศไทย หรือนับเป็นโอกาสของผู้บริโภคที่จะได้ใช้เทคโนโลยีคุณภาพ แต่การต้องแลกมาด้วยระดับราคาขนาดนี้ มันสมเหตุสมผลหรือไม่?

หลังลองขับยาวๆ ได้สัมผัสรถเต็มๆ พร้อมเข้าห้องเรียนที่มาสด้าพยายามสื่อสารข้อมูลให้มากที่สุด ผู้เขียนว่า ตอนนี้น่าจะมีคำตอบให้กับความสงสัยดังกล่าว

ประการแรก มาสด้าพยายามชูจุดเด่นของรถเก๋งเครื่องยนต์“คลีนดีเซล” หวังให้ลูกค้ารู้สึกถึง ความภูมิใจใน การเป็นเจ้าของ และความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

โดยย้ำว่าคุณสมบัติของน้ำมันดีเซลจะให้หน่วยพลังงาน (BTU-British thermal unit) ที่สูงกว่าน้ำมันเบนซิน อยู่แล้วในปริมาณที่เท่ากัน ยิ่งมาเจอเทคโนโลยีใหม่ๆที่ถูกนำมาพัฒนากับเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งระบบควบคุม การฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยสมองกลอิเลกทรอนิกส์ รวมถึงเทอร์โบชาร์จ และวาล์วแปรผัน ส่งผลให้เครื่องยนต์ดีเซล มีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องยนต์เบนซินในแง่ของกำลังและอัตราบริโภคน้ำมัน เมื่อเทียบในพิกัดเดียวกัน

ตัวเลขชัดๆคือ ให้แรงบิดมากกว่า 50% แต่กินน้ำมันน้อยกว่า 30% และปล่อย CO2 น้อยกว่า 25% ดังนั้น รถเครื่องยนต์ดีเซลจึงได้รับความนิยมในหลายๆภูมิภาค อย่างทวีปยุโรปรถยนต์ที่ขายไปทั้งหมด 53% เป็นรถ เครื่องยนต์ดีเซล ขณะเดียวกันถ้าวัดจำนวนรถเครื่องยนต์คลีนดีเซลทั่วโลก พบว่าในปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 23%

ในโอกาสนี้มาสด้าจึงเน้นหนักแน่นว่า ตนเองเป็นค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นรายแรกที่พยายาม พัฒนารถยนต์นั่ง เครื่องยนต์“คลีนดีเซล” และทำตลาดในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมเทียบให้เห็นกับ “มินิ คูเปอร์ ดี” ดูได้จากตารางประกอบ

  รายละเอียด มาสด้า2 สกายแอคทีฟ ดี1.5 มินิ คูเปอร์ ดี
  เครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ดีเซล 3 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ
  กำลังอัด 14.8 : 1 16.5 : 1
  กำลังสูงสุด(แรงม้า)/รตน. 105 / 4,000 116 / 4,000
  แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร/รตน. 250 / 1,500-2,500 270 / 1,750
  อัตราบริโภคน้ำมัน(กม./ลิตร) 26.3 26.3
  อัตราการปล่อยไอเสีย (กรัม/กม.) 100 98
  ขนาดถังน้ำมัน (ลิตร) 44 44
  รองรับไบโอดีเซล B7 B7
  น้ำหนักรถ(กก.) 1,129 แฮทช์แบ็ก /
1,142 ซีดาน
1,225
  ราคา(บาท) 675,000-790,000 2,440,000

นั่นเป็นหนึ่งคุณค่าของรถยนต์มาสด้า2 โฉมใหม่กับเครื่องยนต์คลีนดีเซล หรือสกายแอคทีฟ-ดี ส่วนข้อมูลทาง เทคนิคอื่นๆที่เกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องยนต์บล็อกนี้ ผู้เขียนขอนำเสนออีกครั้งครับ ทั้งการใช้หัวฉีดโซลินอยด์ของ Piezo ที่ความยาวรวมของหัวฉีด 10 รู มีขนาดสั้นลง จึงให้ละอองการฉีดน้ำมันละเอียด พร้อมควบคุมด้วย ระบบการเผาไหม้แบบใหม่ Combustion Control Logic ช่วยสร้างเสถียรภาพในการเผาไหม้และลดอาการน็อค โดยจัดการฉีดน้ำมันถึง 4 ครั้งในหนึ่งวงจรการเผาไหม้

ตลอดจนเทอร์โบแบบแปรผัน และระบบEGRแบบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำทำงาน ร่วมกับท่อร่วมไอดีที่พัฒนาใหม่ (ลดขนาดและเปลี่ยนจากใช้วัสดุอลูมิเนียมมาเป็นพลาสติก ลดน้ำหนักได้ 1.4 กิโลกรัม) ซึ่งจะช่วยกันสร้างแรงดันอากาศได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาแรงบิดได้ตั้งแต่รอบต่ำไปถึงรอบสูง

โดยเครื่องยนต์เทอร์โบ ดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที เมื่อส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (สกายแอคทีฟ-ไดร์ฟ) มาสด้าเคลมอัตราบริโภคน้ำมันไว้ 26.3 กม./ลิตร ผ่านมาตรฐานอีโคคาร์เฟสสองได้แบบสบาย (รัฐบาลกำหนดไว้ ไม่ต่ำกว่า 23 กม./ลิตร)

ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ ส่งผ่านกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าได้แบบนวลๆ แรงมาเนียนๆต่อเนื่อง เครื่องยนต์เดินเรียบและเงียบพอสมควร ทว่าเมื่อเข่นคันเร่งแรงๆรอบดีดเกิน 3,000 เสียงเครื่องยนต์ยังคำราม เข้ามาแบบสุภาพ ให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยนิดๆ

อย่างไรก็ตามการตอบสนองของคันเร่งต่อแรงฉุดกระชาก ไม่ถึงกับรวดเร็วตามน้ำหนักเท้าที่กดลงไปนัก กล่าวคือต้องกดคันเร่งลงไประดับหนึ่งและรอเสี้ยวอึดใจถึงจะรับรู้ถึงอาการพุ่งทะยานของตัวรถ ประเด็นนี้มาสด้า น่าจะคำนึงถึงอัตราบริโภคน้ำมันและการปล่อยไอเสียตามเงื่อนไขของอีโคคาร์เฟสสองเอาไว้ด้วย เพราะถ้าคันเร่ง ตอบสนองเร็วไป ตัวเลขดังกล่าวอาจจะออกมาไม่ดีตามข้อมูลที่แสดง

การทดสอบในทริปล่าสุดที่จังหวัดเชียงราย ทีมงานเซ็ทเส้นทางช่วงหนึ่งให้ขึ้นพระตำหนักดอยตุง ซึ่งถือว่าฉลาด เลือกครับ เพราะเส้นทางชันๆ โค้งเยอะๆ ยิ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพขุมพลังขับเคลื่อนของมาสด้า 2 โฉมใหม่ได้เป็นอย่างดี

จังหวะส่งขึ้นเนินสูงๆ คิกดาวน์สักหนึ่งจังหวะ เรี่ยวแรงมาแบบนิ่งๆ รถไต่ขึ้นไปได้แบบไม่ต้องลุ้น หรือช่วงชะลอ ลงเขา เครื่องยนต์ดีเซลมีหน่วงมีดึง หรืออาจจะใช้การเปลี่ยนเกียร์ต่ำช่วย ซึ่งเกียร์ทำงานฉับไวตามใจ ผู้ขับพอสมควร

เหนืออื่นใจช่วงทางตรงถนนยาว ความเร็วปลาย 100-140 กม./ชม. ขับสนุก และด้วยบุคลิกของเครื่องยนต์ ดีเซลพอความเร็วขึ้นไปถึงระดับหนึ่งแล้วถอนคันเร่ง ยังคงมีเรี่ยวแรงส่งให้ตัวรถทะยานไปข้างหน้าต่อเนื่อง

สำหรับหน้าปัดแสดงผลของ มาสด้า2 โฉมใหม่ เข็มชี้วัดความเร็วเป็นวงกลมใหญ่อยู่ตรงกลางครับ ขณะที่รอบ เครื่องยนต์แสดงเป็นแบบดิจิตอลอยู่ทางด้านซ้าย(ของคนขับ) โดยความเร็ว 120 กม./ชม. ที่เกียร์สูงสุด รอบเครื่องยนต์จะอยู่ระดับ 2,000

ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน หลังจากเหยียบหนักๆความเร็ว 120-140 กม./ชม ลองวัดตัวเลขในช่วงการทดสอบ 66 กิโลเมตรสุดท้าย (จากทริปทดสอบเกือบ 180 กม.) หน้าจอยังแสดงตัวเลข 5.6 ลิตรต่อ 100 กม. หรือ 17.8 กม./ลิตร

ทั้งนี้จุดเด่นของมาสด้า 2 โฉมใหม่ ยังอยู่ที่การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร เงียบกว่ารุ่นเดิมราวฟ้ากับเหว และน่าจะดีกว่าบี-คาร์(ซับคอมแพกต์)หลายรุ่น ส่วนช่วงล่างนุ่มหนึบ ตัวรถนิ่งเมื่อใช้ความเร็วสูง จังหวะสาดใส่ในโค้งให้ความมั่นใจ ซึ่งผู้เขียนรู้สึกว่าตัวถังซีดานให้ความสมดุลดีกว่าแฮทช์แบ็กนิดๆ

การตอบสนองของพวงมาลัย แม้ไม่ให้อารมณ์สปอร์ตแบบสุดๆ แต่ก็ไม่ตุ๋มติ๋มเมื่อเทียบกับเก๋งของฮอนด้า โดยพวงมาลัยมาสด้า2 เหมือนจะเบาในช่วงออกตัว แต่ถ้าใช้ความเร็วสูงขึ้น น้ำหนักก็จะหน่วงมือตาม รวมๆแล้วเหมาะสมกับขนาด น้ำหนักตัว และการควบคุมแบบใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

มาสด้า 2 โฉมใหม่ ทุกรุ่นจะมากับปุ่มสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์ และระบบ i-stop ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถจอดหยุดนิ่ง(แต่การทำงานมีเงื่อนไขมากและไม่ได้ทำงานในทุกครั้งที่หยุดรถ) พร้อมระบบ i-ELOOP คล้ายๆพวกรถไฮบริดที่จะดึงเอาพลังงานจลน์ที่สูญเสียไปจาการชะลอหยุดและการเบรก เปลี่ยนเป็นพลังงาน ไฟฟ้า เพื่อจะนำกลับมาใช้รองรับระบบต่างๆของรถ อาทิ ระบบไฟส่องสว่าง ระบบเครื่องเสียง มาตรวัดแสดงผล ฯ (แต่ระบบนี้ไม่มีแบตเตอรี่ลูกใหม่ มีเพียงอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าและแบตเตอรี่แบบตะกั่วกรดที่ใช้กันอยู่ทั่วไป)

ในรุ่นท็อป XD High Plus มาพร้อมระบบ MZD Connect เชื่อมต่อโลกออนไลน์ ควบคุมผ่านปุ่มบริเวณ คอนโซลกลาง (คล้ายๆไอ-ไดร์ฟ ของBMW) แสดงเมนูผ่านหน้าจอทัชสกรีน 7 นิ้ว และมี Active Drive Display (คล้ายๆ Head Up Display ของBMW) ซึ่งเป็นจอใสอยู่หลังพวงมาลัย พร้อมแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ

ด้านระบบความปลอดภัยจัดเป็นมาตรฐานทุกรุ่น ไล่ตั้งแต่ เบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HLA) และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (DSC) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

ในส่วนความเคลื่อนไหวของรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี ขนาด 1.3 ลิตร มาสด้าบอกยังไม่กำหนด เวลาทำตลาดในไทย เพราะการทำให้ผ่านมาตรฐานไอเสียอีโคคาร์เฟสสอง โดยปล่อย CO2 ต่ำกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตรยังเป็นเรื่องยาก ขณะที่ทางเลือกในรุ่นเกียร์ธรรมดา(ประกบเครื่องยนต์ดีเซล-เบนซิน) ยังไม่มีแผนทำตลาดในตอนนี้

รวบรัดตัดความ…เป็น “บีคาร์” ระดับพรีเมี่ยมที่เสียภาษีสรรพสามิตอีโคคาร์(17% ตามเฟสแรก และจะเหลือ 14% ในปี 2559 ตามเฟสสอง) มองมุมนี้ได้เปรียบชาวบ้านเขานะครับ ในขณะที่บีคาร์บางค่ายยังเสีย 25%(รองรับแก็สโซฮอล์ อี20) ส่วนกลุ่มอีโคคาร์แท้ๆ และพวกตีตั๋วเด็กอย่าง ยาริส สวิฟท์ มาร์ช เทียบปอนด์ต่อปอนด์สู้มาสด้า 2 ไม่ได้ทั้งนั้น เพียงแต่คุณต้องจ่ายราคาแพงกว่าเพื่อแลกสมรรถนะ ของเครื่องยนต์คลีนดีเซล ที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน ช่วงล่างแน่น การเก็บเสียงดี พร้อมเทคโนโลยีต่างๆที่จัดมาเทียบชั้นรถยุโรป

...ของถูกและดีในตลาดหาไม่ค่อยเจอครับ แต่ถ้าของดีราคาสมเหตุสมผลมีเพียบ ซึ่ง“มาสด้า2” อยู่ในข่ายนั้น ขับไปไหนไม่ต้องอายใคร ภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ มีเพียง 2 ข้อแม้ที่จะเมิน“มาสด้า2” ได้คือ 1. คุณต้องการ จ่ายเงินน้อยกว่านี้ 2.มีความพร้อมระดับ7-8 แสนบาทจริงๆ แต่อยากได้รถตัวถังที่ใหญ่ หรือเป็นรถประเภทอื่น ที่อเนกประสงค์กว่านี้



ข้อมูลสเปครถ : Mazda2 Sedan   /  Mazda2 Hatchback
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ [14043 Views]



ความคิดเห็น



รถอีวี รถไฟฟ้า EV Category
สเปค+ราคารถอีวี
ราคารถอีวี
ประเภทรถอีวี-รถไฟฟ้า
GWM HAVAL H6 Hybrid 2021
HONDA CITY e:HEV 2021
MG HS PHEV 2021
MITSUBISHI Outlander PHEV 2021
NISSAN KICKS e-POWER
TOYOTA Corolla Cross Hybrid 2021
รถอีโคคาร์ Eco Car Category
สเปค+ราคารถอีโคคาร์
ราคารถอีโคคาร์
รถอเนกประสงค์ PPV Car Category
รถอเนกประสงค์ พีพีวี
ราคารถอเนกประสงค์ พีพีวี
รถกระบะ Pickup Car Category
รถกระบะ 2ประตู มาตรฐาน
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 2WD
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 4WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 2WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 4WD
ราคารถกระบะ 2ประตู มาตรฐาน
ราคารถกระบะ 2ประตู แค็บ 2WD
ราคารถกระบะ 2ประตู แค็บ 4WD
ราคารถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 2WD
ราคารถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 4WD

รีวิวรถยนต์ - รถอีวี
HONDA CITY eHEV
MITSUBISHI Outlander PHEV
NISSAN NICKS
HONDA CITY Hatchback
HONDA CITY RS
MG HS PHEV
SUZUKI SWIFT 2020
รีวิวรถกระบะ - รถพีพีวี
TOYOTA FORTUNER LEGENDER
ISUZU MU-X 3.0
NISSAN NAVARA















หมวดยานยนต์-แทรกเตอร์ โปรโมชั่น-ข่าวเด่น-รีวิว 108เอ็นจินดอทคอม
รถอีวี รถไฟฟ้า โปรโมชั่นรถยนต์ /รถแทรกเตอร์ /จักรยานยนต์ หน้าแรก108engine.com
รถอีโคคาร์ ข่าวรถยนต์-รถไฟฟ้า ข้อตกลงการใช้งาน
รถกระบะ-รถอเนกประสงค์ ข่าวรถแทรกเตอร์-SMART FARM นโยบายความเป็นส่วนตัว
รถแทรกเตอร์ ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ ติดต่อโฆษณา Advertising
รถเกี่ยวนวดข้าว MOTOR SHOW / TRACTOR SHOW ติดต่อเรา Contact us
รถจักรยานยนต์ ทัวร์ร้านค้ายานยนต์ทั่วไทย  
รถบิ๊กไบค์ รีวิว รถยนต์-รถอีวี  
เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รีวิว รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์  
Follow us
   
Copyright © 2000 - 2021  108Engine Dot Com All Rights Reserved