• หน้าแรก
  • รุ่นรถยนต์/อีวี
  • รุ่นจักรยานยนต์
  • รุ่นรถแทรกเตอร์
  • รถเกี่ยวข้าว/Smart Farm
  • เครื่องยนต์อเนกประสงค์
  • ค้นหาผู้จำหน่าย
  • กระดานซื้อขาย/MotorShow
  • ข่าวเด่นรถยนต์Œ/รีวิวรถยนต์
  • ติดต่อโฆษณา

รีวิวรถยนต์ ลำดับ : 171341

รอบรู้รถยนต์ | รอบรู้จักรยานยนต์ | รีวิวรถยนต์ | รีวิวรถกระบะ | รีวิวจักรยานยนต์

ข่าวรถยนต์-รถอีวี | ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | ข่าวรถแทรกเตอร์-เกษตรอัจฉริยะ


2016 ‘มาสด้า ซีเอ็กซ์-3’ Mazda CX-3

 


มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เตรียมขยับรุกตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยการเพิ่มรถโมเดลใหม่เป็นอีกทางเลือก “มาสด้า ซีเอ็กซ์-3” (Mazda CX-3) ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก เหตุนี้จึงได้นำสื่อมวลชนไทย จำนวนหนึ่ง รวมถึง “ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” ไปสัมผัสและลองขับที่ประเทศออสตรเลีย ก่อนวางตลาดในไทย อย่างเป็นทางการปลายปีนี้...

มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เป็นโมเดลล่าสุดที่ถูกสร้างภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ (SKYACTIV) และแนวทาง ของโคโดะ ดีไซน์ (KODO Design) หลังจากเริ่มโมเดลแรกกับรุ่นซีเอ็กซ์-5 เมื่อปี 2011 จากนั้นจึงตามมา ด้วยมาสด้า6, มาสด้า3 และมาสด้า2 โดยในไทยวางตลาดทั้งหมด ยกเว้นมาสด้า6 เก๋งขนาดกลาง หรือดี-คาร์ (D-Car) และล่าสุด “มาสด้า2 สกายแอคทีฟ” ที่เข้ารับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการอีโคคาร์จากรัฐบาลไทย

ทั้งนี้ซีเอ็กซ์-3 เผยโฉมครั้งแรกเมื่อปลายปีที่ผ่านมาในงานแอลเอ ออโต้ โชว์ 2014 และจากนั้นเริ่มทยอยวาง จำหน่ายหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งปลายปีนี้จะเป็นคิวของประเทศไทย ด้วยการขึ้นไลน์ประกอบและ วางจำหน่ายในไทยเป็นลำดับต่อไป โดยเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ที่พัฒนาบนพื้นตัวถังของ “มาสด้า2” นั่นย่อมหมายถึงขนาดของรถที่จะต้องเล็กกว่าครอสโอเวอร์รุ่นซีเอ็กซ์-5 ที่เป็นคอมแพ็กต์ ครอสโอเวอร์(C-Crossover) โดยซีเอ็กซ์-3 ในตลาดโลกจัดให้อยู่ในเซกเม้นท์บี-ครอสโอเวอร์(B-Crossover) กลุ่มเดียวกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี, นิสสัน จู๊ค หรือฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ซึ่งส่วนใหญ่พัฒนาบนพื้นตัวถังของ รถยนต์นั่ง ซับคอมแพ็กต์เช่นกัน แต่จะชนกับคันไหนตรงๆ ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ และราคาจำหน่าย

ไทยเบื้องต้นขายรุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร

ในตลาดโลกมาสด้าวางขุมพลัง 2 บล็อกให้เลือก เป็นเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV G 2.0 ลิตร ซึ่งเป็นรุ่นที่สื่อมวลชนไทยมาลองขับครั้งนี้ในประเทศออสเตรเลีย และอีกรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV D 1.5 ลิตร บล็อกเดียวกับที่วางในมาสด้า2 แต่เบื้องต้นซีเอ็กซ์-3 ที่ทำตลาดในไทยจะเป็นรุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลกำลังพิจารณาศึกษาอยู่ ว่าจะทำตลาดพร้อมกันหรือไม่?

สำหรับการมาสัมผัสคันจริงของครอสโอเวอร์รุ่นซีเอ็กซ์-3 ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเป็นเวอร์ชั่นทำตลาดในออสตรเลีย อาจจะแตกต่างกับสเปคที่ขายในไทยในรายละเอียดบางอย่างเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่จะคล้ายๆ กัน โดยมาสด้า จัดให้สื่อมวลชนไทยได้ลองขับ 2 วัน เริ่มจากวันแรกระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร จากตัวเมืองเมลเบิร์น ออกสู่ชนบทบนถนนสายเล็กๆ ที่มีทั้งทางตรงยาวๆ และคดโค้ง ผ่านไร่และฟาร์มปศุสัตว์กว้างใหญ่สุดสายตา รวมถึงตัดผ่านขุนเขาไปสิ้นสุดที่เมืองเล็กริมทะเล Lorne และอีกวันถัดมาขับบนเส้นทางเลาะชายทะเล Great Ocean Road อันสวยงามและลือชื่อของออสเตรเลีย ระยะทางเกือบ 300 กิโลเมตร เพื่อวนกลับสู่เมือง เมลเบิร์นอีกครั้ง

ครอสโอเวอร์ที่แตกต่างจากทั่วไป

วันแรก “ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” ถูกจัดให้ขับซีเอ็กซ์-3 รุ่นเกียร์อัตโนมัติ ระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ แต่ในออสเตรเลียมีรุ่น AWD ให้ลูกค้าเลือกด้วย ซึ่งเมื่อเห็นรูปลักษณ์ภายนอก มีความแตกต่างจาก เก๋งซับคอมแพ็กต์มาสด้า2 อย่างชัดเจน แม้จะพัฒนาบนพื้นตัวถังเดียวกัน และมีการออกแบบที่มีเอกลัษณ์ แตกต่าง จากครอสโอเวอร์ทั่วไป ด้วยการวางส่วนหน้าตั้งแต่เสาเอ-ฝากระโปรงรถ ไปจนถึงปลายจมูก ของกระจังหน้าที่ค่อนข้างยาว

ขณะเดียวกันเส้นสายของรถก็มีความพริ้วไหวเฉกเช่นรถสปอร์ต เห็นได้จากเส้นกระโปรงด้านหน้ายาวไปตาม ส่วนของหลังคา และการออกแบบเสาสีให้เป็นสีดำกลมกลืนไปกับกระจกหลังเป็นหนึ่งเดียว แต่ก็ดูดุดันกับเส้น ที่นูนชัดเป็นมัดกล้าม ของเส้นสายจากล้อด้านหน้าลากมายังด้านข้าง ผสานด้วยล้อขนาดใหญ่ 18 นิ้ว และยางขนาด 215/50 R18 มาเสริมอีก(คู่แข่งจะเป็นล้อขนาด 16-17 นิ้ว)

สิ่งที่โดดเด่นของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 นอกจากกระจังหน้าทรง 5 เหลี่ยมขนาดใหญ่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ รถมาสด้ารุ่นใหม่ๆ และไฟเลี้ยวที่แยกออกจากกรอบไฟหน้าแอลอีดีทรงเรียวยาว รับกับกระจังหน้าอย่างลงตัว และเส้นสายให้ความรู้สึกถึงการพุ่งทะยานไปข้างหน้าตลอดเวลา ขณะเดียวกันไฟตัดหมอกที่ออกแบบ เรียวเล็กในแนวตั้ง ที่รถส่วนใหญ่จะออกแบบให้ยาว หรือเป็นวงการขนาดใหญ่ ซึ่งรูปแบบตรงนี้ทำให้ โอเวอร์แฮงก์สั้นลง เช่นเดียวกับท้ายด้านหลัง นอกจากให้ความสวยงาม ยังส่งผลต่อการทรงตัว ของรถในเวลาเข้าโค้งด้วย

เล็กแต่ไม่ใช่ที่สุดในบี-ครอสโอเวอร์

มิติตัวถังของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ความยาวทั้งหมด 4,275 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,765 มิลลิเมตร ความสูง 1,550 มิลลิเมตร นับว่ามีขนาดใหญ่กว่ามาสด้า2 และการออกแบบกระโปรงหน้ารถยาวสร้างความแตกต่างแบบมีดีไซน์ ส่งผลให้ระยะฐานล้อมีความยาวเพียง 2,570 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าไม่ได้มากนักหากเทียบกับคู่แข่งตรงๆ อย่างฮอนด้า เอชอาร์-วี (4,294x1,772x1,605x2,610) ที่มีตัวถังใหญ่กว่าในทุกมิติ แต่หากเทียบกับบี-ครอสโอเวอร์อย่าง นิสสัน จู๊ค นับว่าซีเอ็กซ์-3 มีขนาดใหญ่กว่าในทุกมิติยกเว้นความสูง เช่นเดียวกับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

การออกแบบที่แตกต่างของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 แม้จะเป็นรถครอสโอเวอร์แต่กลับไม่เน้นเรื่องความสูงมากนัก เพราะไม่ว่าจะเป็นความสูงรวมทั้งหมด หรือความสูงใต้ท้องรถที่มีระยะ 160 มิลลิเมตร(ไม่มีภาระนอกจาก น้ำหนักตัวรถ) ขณะที่คู่แข่งฮอนด้า เอชอาร์-วี หรือนิสสัน จู๊ค มีความสูงใต้ท้องรถ 185 และ 180 มิลลิเมตร

แต่มาสด้ายืนยันเพียงพอที่จะขับรถบนพื้นผิวลาดยาง หรือถนนขรุขระเป็นหลุมบ่อทั่วๆ ไป สามารถตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายเช่นกัน สาเหตุที่มาสด้าออกแบบตัวรถซีเอ็กซ์-3 ไม่สูงมากนัก แตกต่างจากรถครอสโอเวอร์ทั่วไป เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของคนทุกกลุ่ม รวมถึงลำตัวรถที่กว้างและ จุดศูนย์ถ่วง ของรถที่ต่ำ ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพเมื่อเข้าโค้ง หรือขับรถด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังช่วยการยก ของล้อ เมื่อมีการเลี้ยวอย่างกระทันหัน ลดความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับรถ

จากความสูงที่ไม่มากนักของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร จึงไม่เป็นปัญหากับคน รูปร่างไม่สูงอย่างผู้เขียน แต่ก็ไม่ต่ำจนกลายเป็นปัญหาต่อคนตัวสูงๆ ซึ่งมาสด้าบอกว่าเป็นการหาจุดอ้างอิง ที่เหมาะสมที่สุด…

ภายในตอบสนองคนขับขี่-ด้านหน้า

หลังจากเข้าไปนั่งในตำแหน่งในคนขับ หรือผู้โดยสารด้านข้างคนขับ แทบจะไม่รู้สึกว่านั่งบนรถครอสโอเวอร์ แต่เสมือนกับกำลังขับรถแฮทช์แบ็ก หรือเกือบจะเป็นรถเก๋งซีดานเลย การออกแบบห้องโดยสารค่อนข้าง ให้น้ำหนักกับห้องโดยสารด้านหน้า โดยเฉพาะตำแหน่งของคนขับที่สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ และสามารถควบคุมใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้เหมาะสมและสะดวกสบาย ส่วนมาตรวัด พวงมาลัย แผงคอนโซลกลาง และการวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ แทบจะไม่มีความแตกต่างจากมาสด้า2 มากนัก

ส่วนห้องโดยสารด้านหลัง จากการลองไปนั่งในเบาะแถวหลัง ต้องบอกว่าไม่ใด้กว้างขวางมากนัก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเข่าชนเบาะหน้า หรือวางขาไม่สบายนัก ประกอบกับพนักพิงเบาะหลังที่ออกแบบมาสูงทีเดียว จึงให้ความสะดวกสบายมากขึ้น ขณะที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังไม่ได้ใหญ่ หรือเน้นบรรจุสัมภาระ เหมือนกับรถครอสโอเวอร์ทั่วๆ ไป หรือคู่แข่งตรงๆ อย่างฮอนด้า เอชอาร์-วี ในแนวราบวางกระเป๋าเดินทาง ขนาดกลางได้ 2 ใบ เหลือพื้นที่อีกเล็กน้อย แต่ถ้าอยากได้พื้นที่เพิ่มต้องพับเบาะแถวสอง ซึ่งแยกปรับพับได้แบบ 60 : 40

การออกแบบภายในของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ชัดเจนว่าเน้นความสะดวกสบายของการขับขี่ หรือห้องโดยสาร ด้านหน้า รวมถึงความมีสไตล์มากกว่า จากการออกแบบที่ค่อนข้างมีรายละเอียด อย่างเบาะนั่ง หรือคอนโซล ที่เดินเส้นด้ายเหมือนกับรถสปอร์ตหรู และเน้นวัสุดอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงเป็นสำคัญ เบาะนั่งด้านหน้า โอบกระชับให้ความสบายในการขับขี่และนั่งโดยสาร(ตามความรู้สึกของผู้ขับที่ตัวไม่โตมากนัก) แม้จะเป็นระยะเวลานานๆ ก็ตาม

เทคโนโลยี-ความปลอดภัยเด่นกว่า

ส่วนอุปกรณ์ทันสมัยมาครบไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ของมาสด้า ไม่ว่าจะเป็น MZD Connect ระบบการเชื่อมต่อ อินเตอร์เน็ตและการเข้าถึงบริการเครือข่ายสังคม ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของมาสด้า มีการปรับปรุงความสะดวก สบายของฟังก์ชั่นที่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อบลูทูธ เช่นการทำงานโทรศัพท์แฮนด์ฟรี การรับข้อมความสั้นๆ และวิทยุอินเตอร์เน็ต รวมทั้ง Aha โดย HARMAN พร้อมจอแสดงข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง ซึ่งปุ่มควบคุมจะอยู่คอนโซลกลางต่อจากตำแหน่งเกียร์ รวมถึงบนพวงมาลัย และสะดวกสบายกับปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติด้วย

เช่นเดียวกับระบบความปลอดภัย(เวอร์ชั่นออสเตรเลีย) ไม่ด้อยกว่าและยังโดดเด่นกว่ารุ่นซีเอ็กซ์-5 ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย ระบบป้องกันล้อล็อค(ABS) พร้อมระบบกระจาย แรงเบรก(EBD) และระบบช่วยเบรก (BA) ไฟเตือนฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน (ESS) ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ (DSC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและลื่นไถล(TCS) ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน (HLA) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ(SCBS) ป้องกันไม่ให้ชนคันข้างหน้าในความเร็วต่ำ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนช่องจราจร(BSM) ระบบปรับการทำงานไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ(HBC) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร (LDWS) แบบไม่ตั้งใจ เป็นต้น ซึ่งคงต้องบอกว่าเรื่องเทคโนโลยีและความปลอดภัย มาสด้าจัดเต็มและ โดดเด่นกว่าคู่แข่งชัดเจน

การขับขี่ใน-นอกเมืองคล่องตัวดี

เมื่อล้อเริ่มหมุนช่วงแรกขับผ่านตัวเมืองเมลเบิร์น ที่ถนนแคบๆ คู่ขนานไปกับรถราง และแยกไฟจราจรจำนวนมาก ระบบ i-Stop จะหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติอย่างนุ่มนวล เมื่อเหยียบแป้นเบรกและรถหยุดจอด หรือกลับมาสตาร์ทรถเมื่อแตะคันเร่งออกตัวใหม่ ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันการขับขี่ในเมืองก็มีความคล่องตัว พวงมาลัยน้ำหนักกำลังพอดีไม่เบาหรือหนักจนเกินไป และมีรัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร ทำให้ง่ายต่อการขับขี่ในเมืองและจอดรถ

เข้าสู่ถนนไฮเวย์เริ่มขยับทำความเร็วได้มากขึ้น แต่กฎหมายในประเทศออสเตรเลีย ค่อนข้างเข้มงวด ในเรื่องจำกัดความเร็ว ตั้งแต่ 40, 60, 80 และ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความอันตรายของช่วงถนนนั้นๆ หรือเพื่อความปลอดภัยของชุมชน ตามเขตสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างโซนโรงเรียนจะกำหนดไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถ้าหากเกินกำหนดจะถูกปรับเป็นอัตราขั้นบันไดตามความเร็วที่เกินจำกัด เริ่มต้นที่ประมาณเกือบ 8,000 บาท แต่หากเป็นโซนโรงเรียนจะมีโทษหนักหลายเท่าตัว

เครื่องเบนซินบล็อกใหญ่แต่ประหยัด

อย่างไรก็ตาม ขุมพลังเครื่องยนต์ SKYACTIV G 2.0 บล็อกเดียวกับที่วางในมาสด้า 3 ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 192 นิวตัน-เมตร แม้จะไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาแบบสุดๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความพลุ่งพล่านของพลังม้าจำนวนมากในคอก ซึ่งมากกว่าคู่แข่งอย่าง ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่มีม้า 141 ตัว ตามคอกที่เล็กกว่าขนาด 1.8 ลิตร ส่วนนิสสัน จู๊ค เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 116 แรงม้า และฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต 1.5 ลิตร 110 แรงม้า

ในการทดสอบ 2 วัน ความเร็วส่วนใหญ่ระดับประมาณ 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตามกฎหมายกำหนด ของออสเตรเลีย วันแรกเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ระยะทางทั้งหมด 229.3 กิโลเมตร หน้าจอแสดงอัตรา สิ้นเปลืองเฉลี่ย 6.7 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 15 กิโลเมตร/ลิตร นับว่าประหยัดทีเดียว ไม่ด้อยกว่าคู่แข่งในกลุ่ม และขากลับขับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ระยะทาง 296.9 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแสดงหน้าจอ 6.7 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตรเท่ากัน แต่เป็นคนละเส้นทางและสภาพถนนแตกต่างกัน

ไม่ผิดหวังเรื่องอัตราเร่ง-ขับขี่สนุก

แน่นอนการวิ่งบนถนนสาธารณะ และมีกฎหมายควบคุมความเร็วอย่างเข้มงวด ย่อมไม่สามารถทำ ความเร็วสูงสุดได้ ซึ่งความรู้สึกที่สัมผัสได้อัตราเร่งตอบสนองได้ดีมาก ไม่ว่าจะความเร็วต่ำ หรือกลางๆ โดยบางครั้งมีไหลๆ ขึ้นไป 110-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นบางครั้งที่โอกาสอำนวย ส่วนความเร็วมากกว่า นั้นมีเพื่อนสื่อมวลชนบางคันยอมได้เสีย ในช่วงถนนโล่ง(ปกติแทบไม่มีรถสวนอยู่แล้ว) ทางยาวตรงๆ สุดสายตา กระแทกขึ้นไปถึงระดับ 140-170 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากการสอบถามต่างบอกว่ายังมีเหลือให้ไหลต่อได้อีกสบายๆ แต่นั่นย่อมไม่พ้นหูพ้นตาเจ้าหน้าที่ มีคันหนึ่งต้องถูกจับปรับตามระเบียบความผิด!

การถ่ายทอดกำลังของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SKYACTIV-DRIVE ที่พัฒนาจากพื้นฐานเกียร์ลูกเดิม ของมาสด้า3 ทำได้นุ่มนวลราบเรียบและตอบสนองได้ทันที เมื่อเร่งแซงทะยานไปข้างหน้า ยิ่งน้ำหนักรถที่เบาแต่แข็งแกร่งตามสไตล์ของเทคโนโลยี SKYACTIV-BODY จึงไม่ต้องลุ้นแต่อย่างใด เวลาต้องการพลังอัตราเร่ง และมาตั้งแต่รอบต่ำเพียง 2,800 รอบต่อนาที และหากต้องการอารมณ์ขับขี่ สปอร์ตก็ทำได้ เพียงกระแทกคันเร่งแรงๆ สมองกลจากกล่องของรถจะเข้าใจความต้องการคุณ พร้อมกับสั่งเครื่องยนต์และเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กันเหมาะสม ฉุดรถพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วทันที พร้อมเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มเร้าใจทีเดียว

ช่วงล่างหนึบ-การควบคุมมั่นใจได้

ความสนุกดังกล่าวยิ่งได้รับเพิ่มขึ้นอีก เมื่อวันที่สองขับบนทางคดโค้งเลาะชายทะเลเส้นทาง Great Ocean Road และตัดผ่านขุนเขากลับสู่เมืองเมลเบิร์น ได้เปลี่ยนเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เรียกว่าการทำงานทุกอย่าง สัมพันธ์กันอย่างดีมาก เพียงแต่เวอร์ชั่นที่จะทำตลาดในไทยมีเพียงรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะเท่านั้น

ในส่วนการทำงานของพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป รวมถึงความแม่นยำในการบังคับเลี้ยว ไม่ว่าจะเป็นขับขี่ในเมืองหรือนอกเมือง นับเป็นจุดเด่นที่ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นก่อนๆ ได้อย่างดี เช่นเดียวกับเบรกที่ตอบสนองได้ดี

สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เห็นจะเป็นช่วงล่างที่มั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังทอร์ชันบีม มาสด้าเซ็ตช่วงล่างไม่ถึงกับนุ่ม การซับแรงสั่นสะเทือนรู้สึกถึงความกระด้างนิดๆ แต่ไม่มากนัก ส่วนเรื่องความหนึบหายห่าง ไม่ว่าจะเข้าโค้งแบบไหนวางใจได้ ซึ่งตอบสนองอารมณ์การขับแบบสปอร์ตได้ดี อีกอย่างรถไม่ค่อย โครงเหมือนบุคลิกของรถครอสโอเวอร์-เอสยูวี หรือพวกรถยกสูงปกคอทั่วไป ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุก ในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ [11261 Views]



ความคิดเห็น



รถอีวี รถไฟฟ้า EV Category
สเปค+ราคารถอีวี
ราคารถอีวี
ประเภทรถอีวี-รถไฟฟ้า
GWM HAVAL H6 Hybrid 2021
HONDA CITY e:HEV 2021
MG HS PHEV 2021
MITSUBISHI Outlander PHEV 2021
NISSAN KICKS e-POWER
TOYOTA Corolla Cross Hybrid 2021
รถอีโคคาร์ Eco Car Category
สเปค+ราคารถอีโคคาร์
ราคารถอีโคคาร์
รถอเนกประสงค์ PPV Car Category
รถอเนกประสงค์ พีพีวี
ราคารถอเนกประสงค์ พีพีวี
รถกระบะ Pickup Car Category
รถกระบะ 2ประตู มาตรฐาน
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 2WD
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 4WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 2WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 4WD
ราคารถกระบะ 2ประตู มาตรฐาน
ราคารถกระบะ 2ประตู แค็บ 2WD
ราคารถกระบะ 2ประตู แค็บ 4WD
ราคารถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 2WD
ราคารถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 4WD

รีวิวรถยนต์ - รถอีวี
HONDA CITY eHEV
MITSUBISHI Outlander PHEV
NISSAN NICKS
HONDA CITY Hatchback
HONDA CITY RS
MG HS PHEV
SUZUKI SWIFT 2020
รีวิวรถกระบะ - รถพีพีวี
TOYOTA FORTUNER LEGENDER
ISUZU MU-X 3.0
NISSAN NAVARA









หมวดยานยนต์-แทรกเตอร์ โปรโมชั่น-ข่าวเด่น-รีวิว 108เอ็นจินดอทคอม
รถอีวี รถไฟฟ้า โปรโมชั่นรถยนต์ /รถแทรกเตอร์ /จักรยานยนต์ หน้าแรก108engine.com
รถอีโคคาร์ ข่าวรถยนต์-รถไฟฟ้า ข้อตกลงการใช้งาน
รถกระบะ-รถอเนกประสงค์ ข่าวรถแทรกเตอร์-SMART FARM นโยบายความเป็นส่วนตัว
รถแทรกเตอร์ ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ ติดต่อโฆษณา Advertising
รถเกี่ยวนวดข้าว MOTOR SHOW / TRACTOR SHOW ติดต่อเรา Contact us
รถจักรยานยนต์ ทัวร์ร้านค้ายานยนต์ทั่วไทย  
รถบิ๊กไบค์ รีวิว รถยนต์-รถอีวี  
เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รีวิว รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์  
Follow us
   
Copyright © 2000 - 2021  108Engine Dot Com All Rights Reserved