• หน้าแรก
  • รุ่นรถยนต์/อีวี
  • รุ่นจักรยานยนต์
  • รุ่นรถแทรกเตอร์
  • รถเกี่ยวข้าว/Smart Farm
  • เครื่องยนต์อเนกประสงค์
  • ค้นหาผู้จำหน่าย
  • กระดานซื้อขาย/MotorShow
  • ข่าวเด่นรถยนต์Œ/รีวิวรถยนต์
  • ติดต่อโฆษณา

รอบรู้รถยนต์-รถอีวี ลำดับ : 141924

รอบรู้รถยนต์ | รอบรู้จักรยานยนต์ | รีวิวรถยนต์ | รีวิวรถกระบะ | รีวิวจักรยานยนต์

ข่าวรถยนต์-รถอีวี | ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | ข่าวรถแทรกเตอร์-เกษตรอัจฉริยะ

 


10 สิ่งที่ต้องทำ หลังจากซื้อเครื่องยนต์มือสอง


เครื่องยนต์มือสองที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่โดยมากส่วนใหญ่ประมาณ80% เป็นเครื่องยนต์มาจากรถยนต์ที่มาจากญี่ปุ่น หรือบางท่านก็เรียกว่าเครื่องเซียงกง ดูจะเป็นที่นิยมสำหรับทั้งขาซิ่งที่ไปหาซื้อเครื่องยนต์ กำลังแรงมาวางใหม่แทนเครื่องยนต์เดิม และผู้ที่นิยมใช้อะไหล่มือสองตลอดไปจนถึงอู่ซ่อมรถ เหตุผลที่เครื่องยนต์มือสอง ได้รับความนิยมมากน่าจะเป็น เพราะราคาที่ถูกกว่าซื้อใหม่ แถมเครื่องยนต์เก่าบางตัวที่ติดมา กับรถนั้นยังมีสภาพเกือบ95%เสียด้วยซ้า เนื่องจากว่าที่ญี่ปุ่นรถที่เกิดอุบัติเหตุ หรือมีการเฉี่ยวชนจะถูกส่งเข้าเซียงกง ทางประกันจะไม่ซ่อมเพราะค่าซ่อม เพราะค่าซ่อมนั้นแพงกว่าการซื้อรถใหม่ ประกันจึงไม่ซ่อมให้ไม่ว่ารถนั้น จะซื้อมาไม่ถึงเดือนก็ตาม ทำให้อะไหล่ที่มาจากรถบางคันนั้น จึงมีสภาพเหมือนใหม่แถมราคานั้นยังถูกกว่ากัน แต่หลังจากซื้อเครื่องยนต์มาแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ครั้งนี้นายทีเจ้าเก่ากับเรื่องราวใหม่ๆ ก็มีวิธีการปฏิบัติหลังจากซื้อเครื่องยนต์มือสอง ใน10 รายการที่ต้องเปลี่ยน หลังจากซื้อเครื่องยนต์มือสองมาฝากกันครับ

1.ยางแท่นเครื่องและยางแท่นเกียร์

เมื่อซื้อเครื่องใหม่มายังไงก็มียางแท่นเครื่องติดมากับเครื่องอยู่แล้วถ้าเป็นเครื่องบล็อคเดียวกันไม่ได้เปลี่ยนบล็อคของเครื่องยนต์ก็สามารถใช้ได้หรือจะใช้ของเดิมก็ได้ แต่ถ้ายางแท่นเครื่องมีการฉีกขาดก็จัดการเปลี่ยนให้หมดครับทั้งยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นบางตัวจะทำให้ตัวที่เก่ากว่ามาทำให้ตัวที่ใหม่กว่าเสียหายอีกด้วย แต่ถึงยังไงก็แนะนำให้เปลี่ยนตอนเปลี่ยนเครื่องไปเลย จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินเสียเวลาอีกครับ

2.เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจำเป็นมากที่ต้องเปลี่ยนเสียใหม่ เปลี่ยนเพราะน้ำมันเครื่องที่ติดมากับเครื่อง เราไม่รู้ว่าได้ถูกใช้มานานแค่ไหนแล้ว และน้ำมันเครื่องที่ทาง เซียงกงเปลี่ยนมาโดยมากก็เป็นน้ำมันเครื่องเก่าที่ไว้ใช้สำหรับสตาร์ทเครื่องให้ลูกค้าดูเท่านั้นครับ

3.เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ควรจะเปลี่ยนไปพร้อมกันกับน้ำมันเครื่องเลยครับ แล้วหลังจากนั้นก็ให้เปลี่ยนครั้งเว้นครั้งหลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครับ

4.สายพานราวลิ้น (สายพานไทม์มิ่ง)

สายพานราวลิ้นเป็นอีกสิ่งที่นายทีถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้าเกิดขาดขึ้นมาจะเกิดความเสียหายแก่เครื่องยนต์ได้มาก โดยปกติสายราวลิ้นจะมีอายุการใช้งานประมาณไม่เกิน 100,000 กม. แถมจุดนี้ยังเป็นจุดที่มองไม่เห็น ถ้าไม่เปิดออกมาดูเพราะจะมีฝาครอบปิดอยู่

5.ผ้าคลัตช์

ถึงแม้ผ้าคลัตช์เดิมจะมีสภาพดีอยู่นายทีก็แนะนำว่าก็ควรจะเปลี่ยนครับจะได้ไม่ต้องเสียค่าแรงยกเกียร์-เปลี่ยนคลัตช์อีกรอบเพราะยังไงก็รวมอยู่ในค่าแรงเปลี่ยนเครื่องอยู่แล้ว โดยเลือกเปลี่ยนผ้าคลัตช์เป็นของแท้จะดีที่สุด หรือจะนำแผ่นครัตซ์เดิมทำการอัดแผ่นคลัตซ์ใหม่ก็ได้ครับ

6.หัวเทียน

หัวเทียนก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องตรวจสอบว่ายังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้หรือไม่ เพราะหัวเทียนที่ผ่านการใช้งานมามากแล้วเขี้ยวของหัวเทียนจะสึกหรอ ถ้าสึกหรอมากจะทำให้การจุดระเบิดนั้น ไม่สมบูรณ์ ทำให้เครื่องเดินไม่ราบเรียบ และสะดุด ถ้าไม่แน่ใจว่าขนาดไหน ที่เรียกว่าเขี้ยวสึกมากก็เปลี่ยนไปเลย ดีกว่าครับราคาหัวละไม่เกินร้อยบาท

7.ไส้กรองเบนซิน

บางครั้งหาสาเหตุไม่เจอว่าทำไมเครื่องยนต์เดินสะดุดไม่ราบเรียบ หายังไงก็ไม่พบกว่าจะรู้ว่าเกิดจากกรองน้ามันเชื้อเพลิงตันก็เสียเวลาไปนานเลย ดังนั้นก็ควรเปลี่ยนเสียเลยดีกว่าเพราะเราไม่รู้ว่ากรองอุดตันหกรือไม่หรือมีสิ่งสกปรกเจือปน อยู่ในกรองเชื้อเพลิงเดิมหรือไม่ ถ้ามีอาจจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพและอาจเกิดการเสียหายแก่เครื่องยนต์ได้ ราคาค่าไส้กรองก็ไม่แพงครับถ้าเป็นเครื่องยนต์ธรรมดาก็แค่ไม่กี่สิบบาท

8.สายพานไดชาร์ท สายพานแอร์

ควรตรวจสอบดูว่ามีร่องรอยการแตกร้าวที่ร่องด้านในหรือไม่ ถ้าเกิดมีก็ให้จัดการเปลี่ยนซะก่อนที่จะไปเสียในระหว่างเดินทางครับ ราคาของใหม่น่า จะอยู่ราวๆ 300-500 บาทครับ

9.ลูกปืนตลัตช์

เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้มีการตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยการสังเกตุและประสบการณ์มากเลยทีเดียวจึงจะสามารถรู้ได้ว่าลูกปืนคลัตซ์หลวมแล้ว แต่ถึงฟังออกยังไงก็ต้องเสียเงินค่าแรงยกเกียร์ออกมาเพื่อเปลี่ยนลูกปืนไม่กี่ร้อยบาท คงไม่คุ้มกันแน่ๆ ดังนั้นผมว่าเปลี่ยนไป

10.ไส้กรองอากาศ

เพราะไส้กรองอากาศก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม การซื้อเครื่องยนต์เก่ามาใช้เมื่อเปิดหม้อกรองดูแล้วว่าสียังไม่ดำมากก็จริง แต่ก็ควรเปลี่ยนใหม่ครับ เพราะอาจจะมีฝุ่นหรือเศษโลหะที่เรามองไม่เห็นติดมา ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่เครื่องยนต์ได้ครับ

    ที่มา : etoyotaclub


ความคิดเห็น



รถอีวี รถไฟฟ้า EV Category
สเปค+ราคารถอีวี
ราคารถอีวี
ประเภทรถอีวี-รถไฟฟ้า
GWM HAVAL H6 Hybrid 2021
HONDA CITY e:HEV 2021
MG HS PHEV 2021
MITSUBISHI Outlander PHEV 2021
NISSAN KICKS e-POWER
TOYOTA Corolla Cross Hybrid 2021
รถอีโคคาร์ Eco Car Category
สเปค+ราคารถอีโคคาร์
ราคารถอีโคคาร์
รถอเนกประสงค์ PPV Car Category
รถอเนกประสงค์ พีพีวี
ราคารถอเนกประสงค์ พีพีวี
รถกระบะ Pickup Car Category
รถกระบะ 2ประตู มาตรฐาน
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 2WD
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 4WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 2WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 4WD
จักรยานยนต์ Motorcycle Category
จักรยานยนต์ ออโตเมติก(เอที) AT
จักรยานยนต์ ครอบครัว Family
จักรยานยนต์ สปอร์ต Sport
จักรยานยนต์ ออฟโรด Off Road

รอบรู้ รถยนต์
รถยนต์ค้างสต็อกหรือไม่ ดูตรงไหน
4ข้อ ควรรู้ก่อนขึ้น-ลงเขา
วิธีเข้าเกียร์ออโต้ระหว่างติดไฟแดง
ท่านั่งขับรถ ตำแหน่งการจับพวงมาลัย
วิธีใช้เกียร์ออโต้ อย่างปลอดภัย
รอบรู้ รถจักรยานยนต์
เป็นเจ้าของ Big Bike ค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
วิธีเลือกรถบิ๊กไบค์มือสอง
วิธีเลือกซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง





หมวดยานยนต์-แทรกเตอร์ โปรโมชั่น-ข่าวเด่น-รีวิว 108เอ็นจินดอทคอม
รถอีวี /รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โปรโมชั่นรถยนต์ /รถแทรกเตอร์ /จักรยานยนต์ หน้าแรก108engine.com
รถอีโคคาร์ ข่าวรถยนต์-รถไฟฟ้า ข้อตกลงการใช้งาน
รถกระบะ-รถอเนกประสงค์ ข่าวรถแทรกเตอร์-SMART FARM นโยบายความเป็นส่วนตัว
รถแทรกเตอร์ ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ ติดต่อโฆษณา Advertise With Us
รถเกี่ยวนวดข้าว MOTOR SHOW / TRACTOR SHOW ติดต่อเรา Contact Us
รถจักรยานยนต์ ทัวร์ร้านค้ายานยนต์ทั่วไทย  
รถบิ๊กไบค์ รีวิว รถยนต์-รถอีวี  
เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รีวิว รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์  
Follow us
   
Copyright © 2000 - 2021  108Engine Dot Com All Rights Reserved