• หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • สเปค/ราคารถ
  • ค้นหาร้านค้า
  • กระดานซื้อขาย
  • งานรถ/ทัวร์ร้าน
  • ข่าว / รีวิวรถ
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา


ชม รีวิวรถยนต์ ลำดับที่ : 140292

รอบรู้ รถยนต์  |  รอบรู้ จักรยานยนต์

รีวิวรถยนต์ | รถกระบะ | จักรยานยนต์ | ข่าวแทรกเตอร์

โปรโมชั่น รถยนต์ | รถจักรยานยนต์ | รถแทรกเตอร์

 


ลองขับ "Toyota new yaris 2013"


มาแล้วครับมาแล้ว สำหรับผลการลองขับอีโคคาร์น้องใหม่ล่าสุดในตลาดของค่าย “พี่ใหญ่” อย่าง โตโยต้า ที่ปล่อยเจ้า “โตโยต้า ยาริส อีโคคาร์” ออกสู่ตลาดเป็นค่ายสุดท้ายของโครงการอีโคคาร์ เฟสที่ 1

ครั้งนี้ได้เดินทางไปลองขับโดยมีจุดเริ่มต้นที่ จ.ภูเก็ต ใช้เส้นทางมุ่งหน้าสู่ จ.กระบี่ ด้วยระยะทางกว่า 200 กม. บนสภาพเส้นทางถนนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ได้รับรู้สมรรถนะของเจ้าอีโคคาร์คันนี้.

เริ่มต้นก่อนออกเดินทางด้วยการสำรวจการออกแบบรอบคันดีไซน์ใหม่หมด ที่ทีมวิศวกรโตโยต้า ใช้แรงบันดาลใจ ในการพัฒนาให้เป็นรถยนต์ที่มีความ “คุ้มค่าเหนือราคา” ภายใต้แนวคิด “Value Beyond Belief” โดยเน้นให้มีขนาดตัวถังพร้อมเคลมไว้ว่าเป็นรถรุ่นที่มีตัวถังใหญ่ที่สุดในตลาดเวลานี้ ด้วยมิติภายนอก 4,115x1,700x1,475 มม. (ยาวxกว้างxสูง)

ดูๆ แล้วหน้าตารูปลักษณ์ของเจ้าอีโคคาร์คันนี้จะว่าไปก็โฉบเฉี่ยวดีไม่น้อยในทุกมิติ ไล่เรียงไปตั้งแต่กระจังหน้า ที่เชื่อมต่อกันชนหน้าด้วยลายเส้นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบใหม่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเส้นสายรายละเอียด รอบคันที่เน้นความเป็นสปอร์ตปราดเปรียว

ขณะที่ภายในเมื่อหย่อนตัวลงนั่งในตำแหน่งพลขับ กวาดสายตาดูรอบๆ ทัศนวิสัยการมองเห็นชัดเจนดี ตำแหน่งการควบคุมให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) รุ่นพี่อย่าง “โตโยต้า วีออส ใหม่” แบบ “เป๊ะเลย” ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การให้สีสันภายในโทนสีดำตัดขอบสีเงิน การวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ คุณภาพวัสดุที่ใช้ ความเงียบของห้องโดยสาร รวมถึงความครบครันของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่มีให้แบบพร้อมสรรพ บอกได้คำเดียวว่า“มันใช่มากๆ”

เนื่องจากถูกออกแบบให้พื้นที่ภายในของห้องโดยสารมีความกว้างขวางยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มความยาวช่วงล้อเป็น 2,550 มม. (+90 มม.) ทำให้ห้องโดยสารมีขนาดความยาวเพิ่มขึ้น ระยะห่างระหว่างผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง เพิ่มขึ้นเป็น912 มม. (+46 มม.) พื้นที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลังมีความยาว 663 มม. (+77 มม.) ระยะห่างจากจุดกึ่งกลางล้อหลัง-กันชนหลัง มีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 690 มม. (+110 มม.) ทำให้ห้องเก็บสัมภาระ ท้ายรถมีความยาวเพิ่มขึ้น734 มม. (+140 มม.) และทำให้มีปริมาตรความจุถึง 326 ลิตร สามารถเก็บสัมภาระ ได้มากกว่าเดิม.

มาถึงสมรรถนะของขุมพลังภายในเครื่องยนต์ของ “โตโยต้า ยาริส อีโคคาร์” ที่มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบแถวเรียง in line 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุดที่ 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นใหม่สำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ พร้อมการทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-i

จากการลองขับแล้วรู้สึกว่าอัตราเร่งของเครื่องยนต์อาจจะไม่ให้การตอบสนองเร็วสักเท่าไรนัก ทั้งการออกตัว ที่ต้องใจเย็นสักนิด ให้โอกาสค่อยๆ ไต่ระดับความเร็ว ด้านการเร่งแซงที่ต้องจับจังหวะ “เผื่อระยะ” ให้ดีก่อนแซง แต่เมื่อติดลมบนไปแล้วก็ไหลเรื่อยๆ โอเคอยู่ ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-i โดยรวมให้ความนุ่มนวล ในการเปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่นดี แต่ติดนิดเดียวที่พอปรับโหมดเกียร์ไปที่ “S” ซึ่งควรจะเป็น Sport เพื่อให้เร่งแซง หรือให้การตอบสนองดีขึ้นเมื่อเลือกโหมดนี้ หรือให้การตอบสนองดีขึ้นเมื่อเลือกโหมดนี้ แต่กลับ “ไม่เห็นผลใดๆ” เพราะทำงานแค่คิกดาวน์ลงมา 1 เกียร์เพื่อลากรอบสูงช่วยได้นิดๆ เท่านั้น

ด้านสมรรถนะการควบคุมและช่วงล่างของ “โตโยต้า ยาริส อีโคคาร์” ถือได้ว่าทำได้ดีทีเดียว เนื่องจากฐานล้อ ที่กว้าง ประกอบกับการได้ดีเอ็นเอที่มาจากช่วงล่างของ “โตโยต้า วีออส ใหม่” พร้อมการออกแบบตาม หลักอากาศพลศาสตร์ โดยการปรับลดความสูงของตัวรถแบบรถสปอร์ตและการดีไซน์หลังคาแบบ Catamaran เพื่อให้การไหลเวียนของกระแสลมผ่านราบเรียบยิ่งขึ้น ช่วยลดแรงปะทะของลม และการติดตั้งครีบ ที่บริเวณกระจกมองข้างและไฟท้าย ช่วยทำให้ กระแสลมที่ไหลผ่านบริเวณด้านข้างตัว รถขณะกำลังวิ่ง สามารถไหลผ่านได้ดียิ่งขึ้น ให้ความมั่นใจในการขับขี่และการซับแรงกระแทกได้ดี ให้ความนุ่มนวลรวมถึง การทรงตัวและการเกาะถนนทุกย่านความเร็ว ซึ่งจุดนี้ทำได้ดี ชอบมากๆ

ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยนั้น ต้องบอกว่า “จัดเต็ม” เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) จะช่วยปรับเปลี่ยนน้ำหนักของพวงมาลัยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับทุกความเร็ว ทำให้ควบคุมง่ายและแม่นยำในทุกสภาพการขับขี่ รวมไปถึงระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจาย แรงเบรก (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) เพียบ

สรุปว่า ใครที่กำลังมองหารถที่สามารถขับขี่ในเมืองแบบเรื่อยๆ ซึ่งให้ความประหยัดแบบ อีโคคาร์ แต่ได้ขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับรถในบี-เซ็กเมนต์ แถมยังได้ความนุ่มนวลพร้อมเทคโนโลยีใหม่แล้วละก็ กับค่าตัวที่สนนราคาในรุ่นที่ลองขับเป็นรุ่นท็อปสุด “1.2 G เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i” ที่อยู่ที่ 5.99 แสนบาท ก็ถือว่าพอได้อยู่

ข้อมูลรายละเอียด-สเปครถ : Toyota all new Yaris
ที่มา : โพสต์ทูเดย์ออนไลน์[8480 Views]



ความคิดเห็นผ่าน Facebook



"รถยนต์-จักรยานยนต์-จักรกลเกษตร"






รอบรู้ รถยนต์
4ข้อ ควรรู้ก่อนขึ้น-ลงเขา
วิธีเข้าเกียร์ออโต้ถูกต้องระหว่างติดไฟแดง
10เสียงอันตราย ควรเช็คด่วน
เทคนิคซื้อรถใหม่ ตามรายได้ของตัวเอง
ท่านั่งขับรถ ตำแหน่งการจับพวงมาลัย
วิธีใช้เกียร์ออโต้ อย่างปลอดภัย
รอบรู้ รถจักรยานยนต์
เป็นเจ้าของ Big Bike มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
วิธีเลือกรถบิ๊กไบค์มือสอง
วิธีเลือกซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง







รถยนต์-รถกระบะ CAR รถจักรยานยนต์ MOTORCYCLE รถแทรกเตอร์ FARM TRACTOR เครื่องยนต์เกษตร GENERAL ENGINE
รถอเนกประสงค์ / PPV รถบิ๊กไบค์ฮอนด้า / Honda Big Bike คูโบต้า Kubota / ยันม่าร์ Yanmar เครื่องยนต์เบนซิน 5-7แรงม้า .
รถยนต์อีโคคาร์ รถจักรยานยนต์ เอที / Automatic นิวฮอลแลนด์ New Holland เครื่องยนต์เบนซิน 8-15แรงม้า
รถกระบะ 2ประตู รถจักรยานยนต์ ครอบครัว / Family จอห์นเดียร์ John Deere / คลาส Claas เครื่องยนต์ดีเซล 5-9แรงม้า
รถกระบะ แค็บ รถจักรยานยนต์ ออฟโรด / Off-Road แมสซี่ Massey Ferguson / ไคโอติ Kioti เครื่องยนต์ดีเซล 10-12แรงม้า
รถกระบะ 4ประตู รถจักรยานยนต์ สปอร์ต / Sport รถเกี่ยวนวดข้าว HARVESTER เครื่องยนต์ดีเซล 14-16แรงม้า
Kubota Yanmar Claas John Deere  
Follow us     ติดต่อโฆษณา Advertising ติดต่อทั่วไป Contact us
 
Copyright © 2000 - 2020  108 Engine Dot Com All Rights Reserved © สงวนลิขสิทธิ์