• หน้าแรก
  • รุ่นรถยนต์/อีวี
  • รุ่นจักรยานยนต์
  • รุ่นรถแทรกเตอร์
  • รถเกี่ยวข้าว/Smart Farm
  • เครื่องยนต์อเนกประสงค์
  • ค้นหาผู้จำหน่าย
  • กระดานซื้อขาย/MotorShow
  • ข่าวเด่นรถยนต์Œ/รีวิวรถยนต์
  • ติดต่อโฆษณา

รีวิวรถยนต์ ลำดับ : 171307

รอบรู้รถยนต์ | รอบรู้จักรยานยนต์ | รีวิวรถยนต์ | รีวิวรถกระบะ | รีวิวจักรยานยนต์

ข่าวรถยนต์-รถอีวี | ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ | ข่าวรถแทรกเตอร์-เกษตรอัจฉริยะ

 



"Ford Fiesta EcoBoost 2013"


ได้ยินชื่อเสียงมานานสำหรับเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์1.0 ลิตร หรือเครื่องยนต์แบบ 3 สูบ เจ้าของรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน ในปีพ.ศ.2555 และ 2556 บวกกับคำชื่นชมจากสื่อมวลชนนานาชาติ กล่าวถึงประสิทธิภาพในการขับขี่ว่าดีเยี่ยมเทียบ เท่ากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร ทั่ว ๆ ไป และยังช่วยประหยัดน้ำมัน ตอบสนองได้เหนือชั้น ราบรื่นในการขับขี่ และเงียบที่สุดในจำนวนเครื่องยนต์ระดับโลกทั้งหมดของฟอร์ด

วันนี้เรามาลองพิสูจน์กันว่าจะเลิศเล่อสมคำร่ำลือหรือไม่

เพราะฟอร์ด ประเทศไทย นำเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์1.0ลิตร มาติดตั้งอยู่ในรถฟอร์ดเฟียสต้าใหม่ พร้อมให้สื่อมวลชนไทยรวมทดสอบขับทั้งในรุ่นซีดาน 4ประตู และรุ่นแฮทช์แบ็ก5 ประตู ซึ่งเป็นการขับแบบคาราวานบนเส้นทางเชียงใหม่-สะเมิง -ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยลำปาง รวมระยะเวลากว่า 200 กิโลเมตร มีครบทั้งทางตรงและเส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขา-ลงเขา

ก่อนอื่นขอพูดถึงสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงของเฟียสต้าอีโคบู๊สต์กันก่อน เริ่มจากรูปโฉมภายนอก ด้านหน้าสิ่งที่เปลี่ยนไปมีทั้งไฟหน้า กันชน ฝากระโปรง กระจกมองข้าง แต่ที่เห็นเด่นชัด จะเป็นกระจังหน้าสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่แบบซี่สีโครเมียม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของรถยนต์จากค่ายฟอร์ด

ด้านท้ายเริ่มจากไฟท้ายใหม่ และติดตั้งสปอยเลอร์ด้านหลังแบบใหม่สำหรับรุ่น แฮทช์แบ็ก ส่วนรุ่นซีดาน 4 ประตู เปลี่ยนฝาท้ายและกันชนแบบใหม่ พร้อมตัดขอบกันชนด้านล่างด้วยโครเมียม เน้นความกว้างขวางของ พื้นที่ใช้สอย และที่ท้ายรถด้านซ้ายก็จะมีโลโก้ Eco-Booet แปะไว้ เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งสองรุ่นมาพร้อมล้ออัลลอยลาย 15 ก้าน ขนาด 16 นิ้ว รัดด้วยยาง Continental ขนาด 195/50 R16

ทั้งหมดที่กล่าวมานอกจากจะได้รูปลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น วิศวกรผู้ออกแบบยังเพิ่มข้อมูลว่า การดีไซน์ทั้งหมด กินเวลากว่า 150 ชั่วโมงในอุโมงค์ลม จนทำให้การออกแบบครั้งนี้บรรลุเป้าหมายในการทำให้เฟียสต้า มีแอโรไดนามิคดีขึ้นสามารถลดแรงเสียดทานลงได้ถึง 3%

ขณะที่ภายในห้องโดยสารของฟอร์ดเฟียสต้า อีโคบู๊สต์ใหม่ ในรุ่นซีดาน 4 ประตู เลือกใช้สีทูโทน ดำ/เบจ และรุ่นแฮทช์แบ็ก5 ประตู เลือกใช้สีโทนดำ แผงควบคุมอุปกรณ์ภายใน ตัดขอบด้วยวัสดุเคลือบเงา บริเวณแผงอุปกรณ์ด้านหน้ายังตกแต่งด้วยโครเมียมแบบไม่ปัดเงาและใช้ไฟส่องสว่างสีฟ้า (Ice Blue)

นอกจากนี้ยังอัพเกรดระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC โดยไมโครซอฟท์ เพิ่มความสามารถ ในการใช้งานด้วยเสียงให้ง่ายขึ้น รับรู้คำสั่งได้ 15ภาษา (แต่ไม่มีภาษาไทย) ที่สำคัญยังสามารถ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ ซึ่งทั้งหมดนี้ ฟอร์ด พยายามที่จะดึงเทคโนโลยี การเชื่อมต่อในรถยนต์ ให้เป็นส่วนหนึ่งของคนยุคนี้ เพียงแค่กดปุ่มที่ด้านซ้ายบนพวงมาลัย ก็สามารถเลือกฟังเพลงที่ชอบ หรือโทรหาเพื่อน ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนคอนโซลกลางใต้เกียร์ยังมีช่อง USB และ AUX มาให้เป็นทางเลือกสำหรับสื่อบันเทิงภายนอก ด้านอุปกรณ์มาตรฐานมีครบครัน ทั้งปุ่มสตาร์ท Smart Keyless Entry รวมทั้งระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

คราวนี้มาเข้าเรื่องการขับขี่ คันของผู้เขียนเริ่มต้นกับรุ่นซีดาน 4 ประตูซึ่งในช่วงแรกขอนั่งเป็นผู้โดยสารก่อน รู้สึกว่าสะดวกสบายพอสมควรแต่ไม่มากนัก ทั้งนี้เพราะว่าห้องโดยสารของเฟียสต้าค่อนข้างออกแนวสปอร์ต ที่นั่งจะโอบกระชับเข้ากับลำตัว อาจทำให้บางคนรู้สึกอึดอัดไปบ้าง แต่สำหรับบางคนจะชอบเบาะนั่งแบบนี้ สำหรับที่นั่งด้านหลังในความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนค่อนข้างแคบไปนิดหนึ่ง เข่าเกือบจะติดกับเบาะด้านหน้า (ตัวเล็กสูงไม่ถึง 160 ซม.) นั่งไม่ค่อยสบายสักเท่าไร

หลังจากผ่านช่วงแรกไปก็ถึงคิวที่จะเป็นผู้ขับบ้าง ต้องขอบอกว่าสัมผัสแรก รู้สึกได้ถึงความคล่องตัว การออกตัวสามารถเรียกพละกำลังออกมาได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่แตะคันเร่งนิดเดียว รถก็ทะยานออกไปทันที ตอบสนองเร็วมาก เรียกได้ว่าแทบไม่มีอาการรอรอบกันเลยทีเดียว ถ้าไม่รู้มาก่อนว่านี่คือเครื่อง 1.0 ลิตร นึกว่ากำลังขับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อยู่

ช่วงทางตรง ลองกดคันเร่งยาวไปจนถึงระดับความเร็ว 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้การตอบสนอง ค่อนข้างยอดเยี่ยม บวกกับการต่อเกียร์ที่ลื่นไหลของพาวเวอร์ชิฟ ทำให้ความเร็วมีความต่อเนื่องและดีขึ้นไปเรื่อย ๆ และหากค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักคันเร่งลงไป ผู้เขียนรู้สึกได้ว่า ความแรงของรถคันนี้น่าจะเปรียบเทียบ ได้กับเครื่องยนต์ใหญ่ ๆ อย่าง 1.6-1.8 ลิตร ได้เลย จริง จริง มันแรงเกิดคาด และมีสื่อมวลชนบางท่าน สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ประกอบกับระบบช่วงล่างที่ได้มีการปรับจูนมาใหม่ พร้อมเสริมแป้นรับยางกันกระแทก (Bump Stops) ทำให้ขับมั่นใจขึ้น ช่างล่างหนึบแน่น แม้จะวิ่งด้วยความเร็วสูง ไม่มีอาการหวิว ๆ ให้สัมผัสได้เลย แถมยังซับแรงสั่นสะเทือนได้ค่อนข้างดีในช่วงรอยต่อถนนหรือทางคอนกรีต ทั้งนี้วิศวกรฟอร์ดบอกว่า ได้ทำการถ่วงฟลายวีล ซึ่งจะช่วยลดเสียงและการสั่นจากความไม่สมดุลของเครื่องยนต์แบบ 3 สูบลงได้

สำหรับเส้นทางบางช่วง เป็นทางขึ้นเขา-ลงเขา มีโค้งต่อเนื่องตลอดทาง บวกกับการขับตามกันเป็นคาราวาน จึงไม่ได้ใช้ความเร็วสูง แต่การไต่ระดับเครื่องยนต์นั้นค่อนข้างจัดจ้าน แม้จะค่อย ๆ กดคันเร่ง รู้สึกได้ถึงพลัง ที่ออกมา ในช่วงที่เร่งแซงรถชาวบ้าน เพื่อตามขบวนให้ทัน บวกกับพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPAS ยังคงรักษาความแม่นยำ และหนักแน่นกำลังดี ขณะการขับขี่ทั้งความเร็วสูงและต่ำ ทำให้การลัดเลาะไปตามโค้งนั้นลื่นไหลและต่อเนื่อง การบังคับเลี้ยวในทุกย่านความเร็วถือว่าทำได้ดี ระบบเบรกทำงานดี

< P>ความรู้สึกดังกล่าวข้างต้นคงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเครื่องยนต์ลูกนี้มีจุดเด่นตรงที่ สามารถให้พละกำลัง เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.6ลิตร ให้กำลังสูงสุด 125 แรงม้า (PS) ที่ 5,500รอบต่อนาท แรงบิดสูงสุด 170 นิวตันเมตร (17.32 กก.-ม.)ที่ 1,400-4,500 รอบ/นาที (แรงบิดสูงสุด มาแบบต่อเนื่อง Flat Torque กันเลยทีเดียว) อีกทั้งยังทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประหยัดมากถึง 18.9 กิโลเมตร/ลิตร (ตามการทดสอบแบบ UNECE Combined Mode) และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำมากเพียง 121 กรัม/กิโลเมตร

แต่อย่างที่บอก การขับขี่เป็นแบบ คาราวาน บวกกับนักข่าวแต่ละคันก็สนุกสนาน กับการขับขี่จึงไม่สามารถ จับอัตราสิ้นเปลื้องได้อย่างจริงจัง แต่ระดับน้ำมันที่เหลือเกือบ ? ของถัง และดูจากคันอื่นประกอบด้วย อัตราสิ้นเปลืองน่าจะอยู่ที่ 14-15 กิโลเมตรต่อลิตร

ในด้านความปลอดภัย ฟอร์ดเฟียสต้า อีโคบุ๊สต์ใหม่ ติดตั้งถุงลมนิรภัยทั้งสำหรับ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESP)ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุม รถได้อยู่ในมือ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับบนถนนลื่น ๆ และอีกระบบที่ช่วยขับขึ้นและลงเนิน คือระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ช่วยเบรกรถไม่ให้ลงเนินได้สูงสุด 3 นาที ขณะที่ผู้ขับเคลื่อนเท้าจากเบรกไปยังคันเร่ง

ถึงบรรทัดนี้คงต้องบอกว่า เครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ แต่ความสนุก เร้าใจ ในการขับขี่ จะขอติก็ภายในที่ค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะด้านหลัง ต้องแลกกับค่าตัวถึง 779,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียว และเป็นที่มาของการตัดสินใจไม่ถูกว่า คุ้มหรือไม่ …. อย่างไรก็อยากให้ผู้อ่านลองสัมผัสด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่าคงจะหาคำตอบได้ยากเหมือนกัน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์  [13231 Views]



ความคิดเห็น



รถอีวี รถไฟฟ้า EV Category
สเปค+ราคารถอีวี
ราคารถอีวี
ประเภทรถอีวี-รถไฟฟ้า
GWM HAVAL H6 Hybrid 2021
HONDA CITY e:HEV 2021
MG HS PHEV 2021
MITSUBISHI Outlander PHEV 2021
NISSAN KICKS e-POWER
TOYOTA Corolla Cross Hybrid 2021
รถอีโคคาร์ Eco Car Category
สเปค+ราคารถอีโคคาร์
ราคารถอีโคคาร์
รถอเนกประสงค์ PPV Car Category
รถอเนกประสงค์ พีพีวี
ราคารถอเนกประสงค์ พีพีวี
รถกระบะ Pickup Car Category
รถกระบะ 2ประตู มาตรฐาน
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 2WD
รถกระบะ 2ประตู แค็บ 4WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 2WD
รถกระบะ 4ประตู ดับเบิ้ลแค็บ 4WD
จักรยานยนต์ Motorcycle Category
จักรยานยนต์ ออโตเมติก(เอที) AT
จักรยานยนต์ ครอบครัว Family
จักรยานยนต์ สปอร์ต Sport
จักรยานยนต์ ออฟโรด Off Road

รอบรู้ รถยนต์
รถยนต์ค้างสต็อกหรือไม่ ดูตรงไหน
4ข้อ ควรรู้ก่อนขึ้น-ลงเขา
วิธีเข้าเกียร์ออโต้ระหว่างติดไฟแดง
ท่านั่งขับรถ ตำแหน่งการจับพวงมาลัย
วิธีใช้เกียร์ออโต้ อย่างปลอดภัย
รอบรู้ รถจักรยานยนต์
เป็นเจ้าของ Big Bike ค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
วิธีเลือกรถบิ๊กไบค์มือสอง
วิธีเลือกซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง







หมวดยานยนต์-แทรกเตอร์ โปรโมชั่น-ข่าวเด่น-รีวิว 108เอ็นจินดอทคอม
รถอีวี รถไฟฟ้า โปรโมชั่นรถยนต์ /รถแทรกเตอร์ /จักรยานยนต์ หน้าแรก108engine.com
รถอีโคคาร์ ข่าวรถยนต์-รถไฟฟ้า ข้อตกลงการใช้งาน
รถกระบะ-รถอเนกประสงค์ ข่าวรถแทรกเตอร์-SMART FARM นโยบายความเป็นส่วนตัว
รถแทรกเตอร์ ข่าวรถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์ ติดต่อโฆษณา Advertising
รถเกี่ยวนวดข้าว MOTOR SHOW / TRACTOR SHOW ติดต่อเรา Contact us
รถจักรยานยนต์ ทัวร์ร้านค้ายานยนต์ทั่วไทย  
รถบิ๊กไบค์ รีวิว รถยนต์-รถอีวี  
เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รีวิว รถจักรยานยนต์-รถบิ๊กไบค์  
Follow us
   
Copyright © 2000 - 2021  108Engine Dot Com All Rights Reserved