• หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • สเปค/ราคารถ
  • ค้นหาร้านค้า
  • กระดานซื้อขาย
  • งานรถ/ทัวร์ร้าน
  • ข่าว / รีวิวรถ
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา


ท่านชม รีวิวรถยนต์ ลำดับที่ : 124253

รอบรู้ รถยนต์  |  รอบรู้ จักรยานยนต์

รีวิวรถยนต์ | รถกระบะ | จักรยานยนต์ | ข่าวแทรกเตอร์

โปรโมชั่น รถยนต์ | รถจักรยานยนต์ | รถแทรกเตอร์

 


Mazda 2 Diesel 2015


เป็นที่ชัดเจนครับสำหรับมาสด้า2กับข้อสงสัยของหลายคนว่าจะขายเมื่อไร เครื่องยนต์อะไร เป็นรถกลุ่มไหน แต่ที่ยังไม่ชัดเห็นจะมีเรื่องเดียวคือ ราคาเท่าไร

มาสด้า 2 เปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการที่โรงงาน ออโต้อัลลายแอนซ์ หรือ เอเอที เมื่อ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะนำรถไปแสดงต่อสาธารณชนในงานมหกรรมยานยนต์ปลายเดือนนี้ แต่เป็นแค่การเผยโฉมให้เห็น เท่านั้น การเปิดตัว การเปิดราคา จะมีขึ้นช่วงกลางเดือน ม.ค. ปีหน้านะครับ เพราะฉะนั้นปลายเดือนนี้ ที่เมืองทอ ง ก็คือการไปดูตัวรถเท่านั้น ส่วนจะไปกระซิบกับพนักงานขาย เรื่องราคา เรื่องจอง ก็ลองดูครับ

แต่ก่อนที่จะถึงช่วงเวลาเหล่านั้น สัปดาห์ที่ผ่านมา มาสด้าจัดกิจกรรมทดสอบนำร่องก่อน และมีวิศวกรที่เกี่ยวข้องมาให้รายละเอียดของตัวรถด้วย

มิโนริ ทากาตะ ผู้จัดการโครงการ มาสด้า 2 ของมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่นบอกว่า มาสด้า 2 ใหม่จะมาเติมเต็มเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และการออกแบบยุคใหม่ หรือ โคโดะ ดีไซน์ ต่อจากรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ทั้ง ซีเอ็กซ์ 5 มาสด้า 6 และมาสด้า 3

และก็ยังเหมือนกับรุ่นพี่ ก็คือ การออกแบบนั้นมาจากท่วงท่าของเสือชีตาห์ แต่จะแตกต่างจากรุ่นพี่นั่นคือ มาสด้า 6 เปรียบเหมือนชีตาห์ที่วิ่งอยู่ตัวแล้ว มาสด้า 3 คือ ชีตาห์ที่กำลังเร่งความเร็ว และมาสด้า 2 คือ ชีตาห์ที่กำลังโจนทะยาน ก็ลองหลับตานึกภาพกันดูครับ

ทากาตะบอกว่า มาสด้านั้นจับเอาจุดเด่นของรุ่นพี่มาใส่ในมาสด้า 2 เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่ต้องการขับรถเล็ก แต่มีคำถามติดมาด้วย นั่นคือ รถเล็กตอบสนองในเรื่องสมรรถนะได้หรือไม่ ตอบสนองเรื่องความสะดวกสบายได้หรือไม่ เป็นต้น

เครื่องยนต์ที่จะเปิดตัวคือ ดีเซล 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ซึ่งมาสด้าบอกว่าให้กำลังสูงสุด 77 กิโลวัตต์ แรงบิด 250 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด อัตราสิ้นเปลือง 26.4 กม./ลิตร

ซึ่งสเปคเครื่องยนต์ก็น่าจะเหมือนกับที่เปิดตัวในญี่ปุ่นที่ระบุว่า กำลัง 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที

เครื่องยนต์ตัวนี้กำลังอัด 14.8 : 1 ซึ่งสูงกว่าเครื่องตัว 2 ลิตรที่อยู่ใน ซีเอ็กซ์ 5 ที่มาสด้าสามารถ ลดกำลังอัดได้ต่ำสุดในโลกคือ 14:1 เนื่องจากมีขนาดเล็ก ทำให้มีข้อจำกัดบางอย่าง แต่ก็สูงขึ้นไม่มากนัก

ช่วงล่างหน้า คอยล์สปริง ด้านหลังเป็นแข็ง แต่พิเศษที่ล้อไม่ติดอยู่ปลายคานโดยตรง แต่มีแขนยื่นมาด้านหลัง ช่วยให้สามารถให้ตัวได้ดีขึ้น และที่ช่วงล่างหลังยังมีตัวเซนเซอร์ คอยตรวจจับน้ำหนักที่กดลงมา เพื่อให้รถปรับน้ำหนักเบรกให้เหมาะสมอีกด้วย ซึ่งก็ถือว่าล้ำพอควร สำหรับรถในตลาดนี้

ทางด้านออพชั่นหลักที่ให้มาในด้านความปลอดภัย ก็เช่นระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ DSC และเอบีเอส เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น ถุงลมคู่หน้า ระบบเฮดอัพที่ให้ข้อมูลการขับขี่ โดยผู้ขับไม่เสีย สมาธิในการมองเส้นทาง เป็นต้น

ด้านความสะดวกสบาย และความบันเทิงก็เช่น มอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งแบบลอยตัวบริเวณกลางคอนโซล ปุ่มควบคุมแบบศูนย์กลาง ระบบเอ็มแซดดี คอนเนคท์ ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ การรับข้อความสั้น เป็นต้น

มาว่ากันที่การขับขี่กันครับ การทดสอบครั้งนี้จัดที่สนามแข่ง โบนันซ่า เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสนามที่มีความ น่าตื่นเต้นไม่น้อย เนื่องจากหลายๆโค้งพลาดไม่ได้

ทางผู้จัดมีกำหนดจุดหยุดรถ 1 จุด คือ โค้งขึ้นเนิน โดยบอกว่าเพื่อเป็นการลองดูการทำงาน ของเครื่องยนต์กับidle stop ก็คือจอดรถให้นิ่ง จนเครื่องยนต์ดับ จากนั้นก็เหยียบคันเร่ง เพื่อดูว่าพอเครื่องทำงาน จะมาพร้อมกับแรงบิดไต่ขึ้นเนินได้เลยหรือไม่ ซึ่งก็ต้องยอมรับครับว่า มาเร็วจริง เพราะไม่กี่สิบเมตรก่อนเข้าโค้งแบบยูเทิร์น ล้อก็ทะเลาะกับแทร็คเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดได้แล้ว

ช่วงทางตรงของสนาม มีกรวยมาตั้งให้ขับแบบสลาลอม ก่อนเข้าสู่เลนเชนจ์ หรือการเปลี่ยนเลน แบบกะทันหันด้วยความเร็ว

ทั้ง 2 ส่วนนี้ทำได้ดีครับ วงเลี้ยวที่แคบ และการเกาะถนนที่ดี ทำให้เลื้อยผ่านช่วงสลาลอมได้สบายๆ ขณะที่เลนเชนจ์ก็ผ่านได้ไม่ยาก ขณะที่บางช่วงของสนามซึ่งไม่ใช่ทางตรงหลักที่พอจะกดคันเร่งได้ ผมเหลือตามองหน้าปัด มันขึ้นไปถึง 120 ซึ่งถือว่าทำได้เร็วเกินคาดครับ

กับช่วงโค้งอื่นๆของสนาม มาสด้า 2 ผ่านไปได้อย่างสนุกครับ ช่วงล่างจัดการได้อยู่หมัด และบางช่วงรับรู้ได้ว่าสามารถเติมความเร็วเข้าไปได้อีก

ขณะที่บางช่วงที่โค้งแคบมากๆ การเติมคันเร่งจนรถเหมือนจะมีอาการอันเดอร์เสตียร์ มันก็บอกให้เรารู้ชัดเจน ก็แค่จัดการกับพวงมาลัยแค่เล็กน้อย ก็กลับมาอยู่ในเส้นทาง

ช่วงล่างดีกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด ตัวเดิมหากอัดเข้าโค้งแรงๆ มีอาการสะบัดให้รู้สึกได้ แต่ตัวนี้ไม่มี พวงมาลัยเหมือนจะเบาไปสักนิด แต่ก็ต้องรอดูอีกครั้งกับการขับในชีวิตประจำวัน หรือบนถนนหลวง ว่าเป็นอย่างไร

เสียดายว่าเวลาขับไม่มากนัก เขากำหนดให้คนละ 3 รอบ และหลังจากครบทุกคนแล้ว ผมจะไปขอเพิ่มอีก 3 รอบก็ตาม ถ้าให้ขับแบบยาวๆ และนานกว่านี้ ผมเชื่อว่าสนุกกว่านี้แน่นอนครับ

ข้อมูลรายละเอียด-สเปครถ : Mazda2 Sedan / Mazda2 Hatchback
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2557  [8405 Views]


"มาสด้า2 ดีเซล 1.5"
Mazda2 Skyactiv-D

“ซูซูกิ สวิฟท์ อาร์เอ็กซ์"
Suzuki Swift RX 2014

โตโยต้า ยาริสใหม่
Toyota Eco yaris 2013


ความคิดเห็นผ่าน Facebook






รอบรู้ รถยนต์
4ข้อ ควรรู้ก่อนขึ้น-ลงเขา
วิธีเข้าเกียร์ออโต้ถูกต้องระหว่างติดไฟแดง
10เสียงอันตราย ควรเช็คด่วน
เทคนิคซื้อรถใหม่ ตามรายได้ของตัวเอง
ท่านั่งขับรถ ตำแหน่งการจับพวงมาลัย
วิธีใช้เกียร์ออโต้ อย่างปลอดภัย
รอบรู้ รถจักรยานยนต์
เป็นเจ้าของ Big Bike มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
วิธีเลือกรถบิ๊กไบค์มือสอง
วิธีเลือกซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง







รถยนต์-รถกระบะ CAR รถจักรยานยนต์ MOTORCYCLE รถแทรกเตอร์ FARM TRACTOR เครื่องยนต์เกษตร GENERAL ENGINE
รถอเนกประสงค์ / PPV รถบิ๊กไบค์ฮอนด้า / Honda Big Bike คูโบต้า Kubota / ยันม่าร์ Yanmar เครื่องยนต์เบนซิน 5-7แรงม้า .
รถยนต์อีโคคาร์ รถจักรยานยนต์ เอที / Automatic นิวฮอลแลนด์ New Holland เครื่องยนต์เบนซิน 8-15แรงม้า
รถกระบะ 2ประตู รถจักรยานยนต์ ครอบครัว / Family จอห์นเดียร์ John Deere / คลาส Claas เครื่องยนต์ดีเซล 5-9แรงม้า
รถกระบะ แค็บ รถจักรยานยนต์ ออฟโรด / Off-Road แมสซี่ Massey Ferguson / ไคโอติ Kioti เครื่องยนต์ดีเซล 10-12แรงม้า
รถกระบะ 4ประตู รถจักรยานยนต์ สปอร์ต / Sport รถเกี่ยวนวดข้าว HARVESTER เครื่องยนต์ดีเซล 14-16แรงม้า
Kubota Yanmar Claas John Deere  
Follow us     ติดต่อโฆษณา Advertising ติดต่อทั่วไป Contact us
 
Copyright © 2000 - 2019  108 Engine Dot Com All Rights Reserved © สงวนลิขสิทธิ์